🔎 IFRS S1 & S2 คืออะไร? ทำไมองค์กรต้องเข้าใจก่อนก้าวสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก
- socialvaluethailan
- 45 นาทีที่ผ่านมา
- ยาว 1 นาที

ในโลกธุรกิจปัจจุบัน “กำไรสุทธิ” เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอสำหรับการตัดสินใจลงทุนอีกต่อไป
🌱 นักลงทุนทั่วโลกให้ความสำคัญกับข้อมูลด้าน ESG (Environment, Social, Governance) ควบคู่กับผลประกอบการทางการเงิน และนี่คือเหตุผลที่มาตรฐานสากลอย่าง IFRS S1 และ IFRS S2 กำลังกลายเป็น “มาตรฐานใหม่ของโลกธุรกิจ”
มาตรฐานทั้งสองฉบับพัฒนาโดย International Sustainability Standards Board (ISSB) เพื่อยกระดับการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนให้เชื่อมโยงโดยตรงกับ “มูลค่าองค์กร” และการตัดสินใจของนักลงทุนในระยะสั้น กลาง และยาว
🔹 IFRS S1: กรอบการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนเชิงการเงิน
IFRS S1 กำหนดให้องค์กรเปิดเผย “ความเสี่ยงและโอกาส” ด้านความยั่งยืนที่อาจกระทบต่อผลการดำเนินงานและมูลค่ากิจการ โดยอ้างอิง 4 เสาหลัก ได้แก่
Governance (การกำกับดูแล)
Strategy (กลยุทธ์)
Risk Management (การบริหารความเสี่ยง)
Metrics & Targets (ตัวชี้วัดและเป้าหมาย)
หัวใจสำคัญคือแนวคิด Materiality — การรายงานเฉพาะประเด็นที่มีสาระสำคัญต่อมูลค่ากิจการ และต้องมีความสอดคล้องกับงบการเงิน ไม่ใช่รายงานเพื่อภาพลักษณ์ แต่เป็นข้อมูลที่ใช้ประเมินศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันจริง
🔹 IFRS S2: การเปิดเผยความเสี่ยงด้าน Climate Change อย่างเป็นระบบ
IFRS S2 ลงลึกในประเด็นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 🌏 ครอบคลุมทั้ง
ความเสี่ยงเชิงกายภาพ (Physical Risks) เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง อุณหภูมิสูง
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risks) เช่น กฎระเบียบคาร์บอน เทคโนโลยีพลังงานใหม่ ต้นทุนพลังงาน
องค์กรต้องเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1, 2 และ 3 รวมถึงแผนรับมือ กลยุทธ์การเปลี่ยนผ่าน และโอกาสทางธุรกิจจากเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
📈 เทรนด์โลก: จาก “สมัครใจ” สู่ “ข้อบังคับ”
การเปิดเผยข้อมูลตาม IFRS S1 และ S2 กำลังเปลี่ยนผ่านจากแนวปฏิบัติแบบสมัครใจ สู่การบังคับใช้จริงในหลายประเทศ โดยเน้น 3 ประเด็นหลัก
ความโปร่งใส (Transparency)
ความสอดคล้องกับงบการเงิน (Financial Connectivity)
ความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงด้าน ESG อย่างเป็นระบบ
สำหรับประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) มีแผนทยอยปรับใช้มาตรฐานดังกล่าว โดยคาดว่าจะเริ่มจากบริษัทในกลุ่ม SET50 ตั้งแต่ปี 2026 เป็นต้นไป เพื่อยกระดับมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลให้สอดคล้องกับความคาดหวังของนักลงทุนสากล
⚖ จาก “ภาระ” สู่ “โอกาส” ทางธุรกิจ
แม้การพัฒนาระบบข้อมูลและกระบวนการรายงานจะเพิ่มต้นทุนและความซับซ้อนในช่วงเริ่มต้น แต่มาตรฐานนี้ช่วยให้องค์กร:
เข้าถึงแหล่งเงินทุนระดับสากล
เพิ่มความเชื่อมั่นจากนักลงทุน
บริหารความเสี่ยงเชิงรุก
ปรับโมเดลธุรกิจให้แข่งขันได้ในระยะยาว
IFRS S1 และ S2 จึงไม่ใช่เพียงข้อกำหนดใหม่ แต่คือ “โครงสร้างพื้นฐานของความยั่งยืนยุคใหม่” ที่เชื่อมโยงข้อมูลการเงิน ความเสี่ยง ESG และการสร้างคุณค่าระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม
องค์กรที่เริ่มก่อน ย่อมได้เปรียบก่อน 🌿เพราะความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือกอีกต่อไป แต่คือมาตรฐานของโลกธุรกิจในอนาคต
#FutureReady #องค์กรยั่งยืน #FromComplianceToOpportunity



ความคิดเห็น