top of page

ลงทุนในคุณค่า ไม่ใช่แค่การเติบโต: เมื่อ SME ไทยเติบโต ใครเติบโตไปด้วย?

1 วันที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

บทความโดย คุณมนู มากมณี

นายกสมาคมการค้าทีบาน (Thailand Business Angel Network: TBAN)

และกรรมการสมาคมผู้ประเมินมูลค่าทางสังคมไทย


จากหมวกนักลงทุนที่ทำงานกับผู้ประกอบการระยะเริ่มต้น คำถามที่สำคัญที่สุดในวันนี้ไม่ใช่ "ธุรกิจนี้จะโตแค่ไหน" แต่คือ "เมื่อธุรกิจนี้โต ใครโตไปด้วย" — บทความนี้ชวนนักลงทุนไทยมอง SME และชุมชนในฐานะหุ้นส่วนที่สร้างคุณค่าได้มากกว่ากำไร ก่อนพบกันที่เวที Impact Talk #5 ในข่วงคุณค่า | Impact Together Forum 2026

ตลอดหลายปีที่ผมทำงานกับเครือข่ายนักลงทุนและผู้ประกอบการระยะเริ่มต้น คำถามแรกที่นักลงทุนมักถามคือ "ธุรกิจนี้จะโตได้แค่ไหน" แต่ทุกวันนี้ผมคิดว่ามีอีกคำถามหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ "เมื่อธุรกิจนี้โต ใครโตไปด้วย"

คำถามนี้ไม่ใช่คำถามเชิงอุดมการณ์ แต่เป็นคำถามเชิงธุรกิจ เพราะธุรกิจที่เติบโตโดยทิ้งคู่ค้า ชุมชน หรือสิ่งแวดล้อมไว้ข้างหลัง คือธุรกิจที่สะสมความเสี่ยงไว้เงียบๆ ส่วนธุรกิจที่พาคนรอบตัวโตไปด้วย คือธุรกิจที่มีรากแก้วนที่คู่แข่งลอกไม่ได้


บทเรียนจากธุรกิจกล่องของผมเอง

ก่อนจะมาในหมวกนักลงทุน ผมเป็นผู้ประกอบการ SME คนหนึ่ง Boxjourney ธุรกิจกล่องและบรรจุภัณฑ์ที่ผมก่อตั้งตั้งแต่ปี 2553 เคยเจอวิกฤตหนักที่สุดตอน COVID-19 เพราะลูกค้าหลักคือโรงแรมและร้านอาหาร ยอดขายหายไปราวครึ่งหนึ่งในเดือนเดียว

สิ่งที่พาเรารอดมาได้มีสองเรื่อง เรื่องแรกคือการปรับกลยุทธ์เร็ว เปลี่ยนไปทำบรรจุภัณฑ์สำหรับการส่งอาหารและการขนส่ง และพาธุรกิจขึ้นออนไลน์เต็มตัว เรื่องที่สองที่ผมคิดว่าสำคัญกว่า คือการกระจายงานบรรจุภัณฑ์ทำมือให้ชุมชนทำที่บ้าน ในช่วงที่คนจำนวนมากขาดรายได้ เราได้กำลังการผลิตที่ยืดหยุ่น ส่วนชุมชนได้รายได้และทักษะใหม่ ต่อมาเรายังช่วยสอนชุมชนและเกษตรกรให้ขายออนไลน์ด้วย

ผมไม่ได้เรียกสิ่งนั้นว่า CSR เพราะมันคือ "ส่วนหนึ่งของวิธีทำธุรกิจ และมันทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้น" บทเรียนนี้คือสิ่งที่ผมพกติดตัวมาเมื่อนั่งอีกฝั่งของโต๊ะในฐานะนักลงทุน ธุรกิจที่เติบโตไปพร้อมกับคนรอบตัว คือธุรกิจที่ฟื้นตัวได้เร็วกว่าเมื่อวิกฤตมาถึง


โลกการลงทุนเปลี่ยนไปแล้ว

การลงทุนที่ตั้งใจสร้างผลกระทบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมควบคู่กับผลตอบแทนทางการเงิน หรือ Impact Investing ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไป Global Impact Investing Network (GIIN) ประเมินว่าในปี 2567 มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารด้าน Impact Investing ทั่วโลกราว 1.57 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จากองค์กรกว่า 3,900 แห่ง เติบโตเฉลี่ยปีละ 21% ตั้งแต่ปี 2562

ในขณะเดียวกัน นักลงทุนก็เริ่มตั้งคำถามกับคำว่า "ยั่งยืน" มากขึ้น ผลสำรวจของ PwC ปี 2567 พบว่านักลงทุน 80% พร้อมเพิ่มการลงทุนในบริษัทที่สร้างห่วงโซ่คุณค่าที่ยั่งยืน แต่ 44% มองว่ารายงานความยั่งยืนยังมีข้อกล่าวอ้างที่ไม่มีหลักฐาน สองตัวเลขนี้บอกเราว่า เงินพร้อมไหลไปหาธุรกิจที่สร้างคุณค่า แต่ต้องเป็นคุณค่าที่พิสูจน์ได้


Value Investor ในความหมายใหม่

คำว่า Value Investor ในตำราการเงินหมายถึงคนที่มองหาธุรกิจที่มีคุณค่าแท้สูงกว่าราคา แต่ผมอยากชวนขยายความหมายของคำว่า "คุณค่า" ให้กว้างขึ้น คุณค่าของธุรกิจในวันนี้ไม่ได้อยู่แค่ในงบการเงิน แต่อยู่ในความสัมพันธ์กับคู่ค้า ความไว้ใจของชุมชน ความมั่นคงของทรัพยากรธรรมชาติที่ธุรกิจพึ่งพา และความสามารถของผู้ประกอบการที่จะพาธุรกิจผ่านความเปลี่ยนแปลงได้

Value Investor ในความหมายที่ผมอยากเห็น จึงมี 3 ลักษณะ

  1. มองเห็นคุณค่าทั้งสามด้านพร้อมกัน — เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่การบริจาค แต่คือการประเมินธุรกิจให้ครบกว่าเดิม

  2. ใจเย็นพอที่จะรอให้คุณค่าเติบโต — ธุรกิจที่ทำงานกับชุมชนหรือเกษตรกรต้องใช้เวลาสร้างความไว้ใจ แต่เมื่อสร้างได้แล้ว ความไว้ใจนั้นคือสินทรัพย์ที่มั่นคงที่สุด

  3. ลงทุนมากกว่าเงิน — นักลงทุนแบบ angel มีสิ่งที่มีค่ากว่าเงิน คือประสบการณ์ เครือข่าย และการช่วยผู้ประกอบการวางระบบธรรมาภิบาลและการวัดผลกระทบ นี่คือสิ่งที่ผมเรียกว่าการ "groom" ผู้ประกอบการ


SME ไทยคือกระดูกสันหลัง แต่กระดูกสันหลังต้องแข็งแรง

SME เป็นฐานของการจ้างงานและเศรษฐกิจในทุกจังหวัด แต่ SME จำนวนมากยังเข้าไม่ถึงทุนที่เหมาะกับระยะการเติบโต และกำลังเจอโจทย์ใหม่จากคู่ค้าในห่วงโซ่คุณค่าโลกที่เริ่มถามหาหลักฐานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม SME ที่ตอบไม่ได้อาจหลุดออกจากตลาด ส่วน SME ที่ตอบได้จะกลายเป็นคู่ค้าที่คนอยากทำงานด้วย

นักลงทุนไทยจึงมีบทบาทสำคัญตรงนี้ เราไม่ได้ช่วยแค่อัดทุน แต่ช่วยผู้ประกอบการออกแบบธุรกิจให้ผลกระทบที่ดีอยู่ในแก่นของธุรกิจ คือเป็น Impact Business Model ที่ยิ่งขายดี ยิ่งสร้างผลกระทบ และช่วยให้ผู้ประกอบการพิสูจน์ผลนั้นได้ เมื่อเกิดธุรกิจแบบนี้มากพอ เศรษฐกิจฐานรากของไทยก็จะแข็งแรงขึ้นไปพร้อมกับสังคมและสิ่งแวดล้อม


ชุมชนไม่ใช่ต้นทุน แต่คือหุ้นส่วน

ในเวที Impact Talk #5 ผมจะได้คุยกับผู้ประกอบการสองท่านที่พิสูจน์เรื่องนี้ด้วยธุรกิจจริง คือ คุณชินศรี พูลระออ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ "ข้าวธรรมชาติ จ.เชียงราย" และ ภญ.ภาคินี จิวัฒนไพบูลย์ แห่งซองเดอร์ ไทยออร์กานิคฟูด สิ่งที่ทั้งสองธุรกิจมีเหมือนกันคือ เกษตรกรและชุมชนไม่ได้เป็นแค่ผู้ขายวัตถุดิบ แต่เป็นหุ้นส่วนที่เติบโตไปด้วยกัน

ในสายตานักลงทุน นี่คือสิ่งที่ลดความเสี่ยงและเพิ่มมูลค่าได้จริง วัตถุดิบมีคุณภาพสม่ำเสมอ ห่วงโซ่ฟื้นตัวได้เมื่อเกิดวิกฤต และแบรนด์มีเรื่องเล่าที่จริง ธุรกิจที่แบ่งปันคุณค่าให้ชุมชนอย่างเป็นธรรม จึงไม่ได้เสียกำไร แต่กำลังลงทุนในความมั่นคงของตัวเอง


นวัตกรรมการเงิน: เครื่องมือที่ควรมาคู่กัน

ทุนแบบเดิมมักไม่เหมาะกับธุรกิจที่สร้างผลกระทบ เพราะคาดหวังผลตอบแทนเร็วและมองไม่เห็นคุณค่าที่ไม่อยู่ในงบการเงิน นักลงทุนไทยจึงควรเปิดใจต่อเครื่องมือทางการเงินที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจแบบนี้ เช่น

  • Revenue-based financing — คืนทุนตามสัดส่วนรายได้ เหมาะกับธุรกิจที่มีรายได้แต่ไม่อยากสูญเสียการควบคุม

  • Impact-linked finance — เงื่อนไขทุนดีขึ้นเมื่อธุรกิจบรรลุเป้าหมายผลกระทบที่ตกลงกัน

  • Blended finance — ทุนจากภาครัฐ มูลนิธิ หรือผู้ให้ทุนเพื่อการพัฒนาช่วยรับความเสี่ยงช่วงแรก เปิดทางให้ทุนเอกชนเข้ามาได้

  • การร่วมลงทุนกับชุมชน — ให้ชุมชนหรือเกษตรกรได้ส่วนแบ่งคุณค่าเมื่อธุรกิจเติบโต

เครื่องมือเหล่านี้จะใช้ได้จริงก็ต่อเมื่อเรามีภาษากลางในการวัดผลกระทบ นี่คือเหตุผลที่ผมมองว่างานของสมาคมผู้ประเมินมูลค่าทางสังคมไทย และมาตรฐานอย่าง ISO/UNDP 53001 มีความหมายกับนักลงทุน เพราะทำให้คำว่า "สร้างผลกระทบ" ตรวจสอบได้ และนำมาใช้ตัดสินใจลงทุนได้


จิตวิญญาณที่ผมอยากเห็น

ผมเชื่อว่านักลงทุนไทยมีสปิริตนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องการเวทีที่ได้เห็นธุรกิจตัวจริง และเครื่องมือที่ใช้ตัดสินใจได้ เมื่อนักลงทุน ผู้ประกอบการ และชุมชนมองเห็นคุณค่าเดียวกัน เงินทุกบาทที่ลงไปก็จะทำงานได้หลายหน้าที่พร้อมกัน — ทั้งสร้างผลตอบแทน สร้างผู้ประกอบการที่แข็งแรง และสร้างชุมชนที่เติบโตไปด้วยกัน

นั่นคือความหมายของการเป็น Value Investor ในยุคนี้ — ไม่ใช่แค่คนที่หาคุณค่า แต่คือคนที่ช่วยสร้างคุณค่า


กล่องท้ายบทความ

5 คำถามที่นักลงทุนควรถาม ก่อนลงทุนในธุรกิจที่บอกว่า "สร้างผลกระทบ"

  1. ผลกระทบอยู่ในสินค้าและรายได้หลัก หรืออยู่แค่ในกิจกรรมข้างเคียง?

  2. ถ้าธุรกิจโตขึ้น 10 เท่า ผลกระทบที่ดีโตตามไปด้วยหรือเปล่า?

  3. ชุมชนและคู่ค้าได้ส่วนแบ่งคุณค่าอย่างเป็นธรรมไหม?

  4. มีหลักฐานการวัดผลกระทบที่ตรวจสอบได้ และใช้ผลนั้นปรับธุรกิจจริงหรือเปล่า?

  5. นอกจากเงิน เราในฐานะนักลงทุนช่วยให้ธุรกิจนี้แข็งแรงขึ้นได้อย่างไร?


พบกันที่เวที Impact Talk #5 | Growing Together: Business × Community for Shared Value — เติบโตไปด้วยกัน: ธุรกิจและชุมชนร่วมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน วันที่ 2 พ.ย. 16.15–16.45 น.


ข่วงคุณค่า | Impact Together Forum 2026 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


นักลงทุนที่อยากต่อยอด เชิญร่วม Roundtable #1 Impact Trading และเวิร์กช็อป Scale with Purpose ในวันที่ 3 พ.ย.



พบกับ คุณมนู มากมณี ในเวที Impact Talk #5

Growing Together: Business × Community for Shared Valueเติบโตไปด้วยกัน: ธุรกิจและชุมชนร่วมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืน

ร่วมเรียนรู้จากผู้ประกอบการและนักลงทุนว่า ความร่วมมือระหว่างธุรกิจกับชุมชนจะสร้างทั้งความแข็งแรงของกิจการและคุณค่าที่เติบโตไปด้วยกันได้อย่างไร

📍 ข่วงคุณค่า | Impact Together Forum 20262–4 พฤศจิกายน 2569 · มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


สำหรับนักลงทุนและผู้ประกอบการที่ต้องการต่อยอด เชิญร่วม Roundtable #1: Impact Trading และเวิร์กช็อป Scale with Purpose ในวันที่ 3 พฤศจิกายน



ความคิดเห็น


bottom of page