สนค. ชี้ส่งออกสินค้าไทยไป EU ยังโตแกร่ง หนุนเอกชนเร่งปรับตัวสู่การค้าสีเขียว
- Impact Partnership

- 21 ม.ค.
- ยาว 1 นาที

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า แม้สหภาพยุโรป (EU) กำลังเดินหน้าบังคับใช้มาตรการปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) อย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป แต่การส่งออกสินค้าภายใต้มาตรการดังกล่าวของไทยไปยังตลาด EU ยังคงขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมไทยต่อกติกาการค้าโลกใหม่
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. เปิดเผยว่า ในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 (มกราคม–ตุลาคม) EU นำเข้าสินค้า CBAM จากประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง ร้อยละ 54.71 ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดของไทยในกลุ่มสินค้า CBAM ของ EU เพิ่มขึ้นเป็น ร้อยละ 0.42 จากร้อยละ 0.29 ในปีก่อนหน้า
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า ก่อนที่ CBAM จะเข้าสู่ระยะบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบในปี 2569 ภาคการผลิตของไทยสามารถรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ในระดับหนึ่ง
CBAM: กติกาใหม่ที่เปลี่ยนโครงสร้างการค้าโลก
มาตรการ CBAM เป็นกลไกสำคัญภายใต้ European Green Deal ของสหภาพยุโรป มีเป้าหมายป้องกันการรั่วไหลของคาร์บอน และสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันระหว่างสินค้าที่ผลิตภายใน EU ซึ่งอยู่ภายใต้ระบบ EU ETS กับสินค้านำเข้าจากประเทศนอกสหภาพยุโรป
ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป CBAM จะถูกบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบกับสินค้า 6 กลุ่มหลัก ได้แก่
เหล็กและเหล็กกล้า อะลูมิเนียม ซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน
เหล็ก–อะลูมิเนียม ยังเป็นหัวใจการส่งออกไทยสู่ EU
การส่งออกสินค้า CBAM ของไทยไปยัง EU มีมูลค่า 363.93 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเหล็กและเหล็กกล้า คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 84.48 อะลูมิเนียม คิดเป็น ร้อยละ 15.52 ขณะที่สินค้าในกลุ่มซีเมนต์ ปุ๋ย ไฟฟ้า และไฮโดรเจน ยังมีมูลค่าการส่งออกในระดับต่ำ
CBAM: ความเสี่ยงระยะสั้น กับโอกาสระยะยาว
แม้ในปัจจุบัน สัดส่วนการส่งออกสินค้า CBAM ไป EU จะคิดเป็นเพียงร้อยละ 0.13 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของไทย แต่ EU ยังคงเป็นตลาดสำคัญของสินค้าอุตสาหกรรมไทย และมีแนวโน้มขยายขอบเขต CBAM ไปยังสินค้าปลายน้ำและอุตสาหกรรมอื่นในอนาคต
มาตรการดังกล่าวอาจเพิ่มต้นทุนและลดความสามารถในการแข่งขันด้านราคาในระยะสั้น โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูง อีกทั้งยังเพิ่มแรงกดดันต่อซัพพลายเชน เนื่องจากผู้นำเข้าใน EU ให้ความสำคัญกับข้อมูลคาร์บอนที่โปร่งใสและตรวจสอบได้มากขึ้น
อย่างไรก็ดี CBAM ยังถือเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ภาคอุตสาหกรรมไทยเร่งปรับปรุงกระบวนการผลิต ลงทุนในเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ และยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจให้สอดรับกับทิศทางการค้าโลกที่มุ่งสู่ความยั่งยืน
สนค. แนะเอกชนเร่งปรับตัวรับยุคการค้าคาร์บอนต่ำ
ภาครัฐได้เตรียมความพร้อมรองรับ CBAM อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านข้อมูล การสร้างความตระหนักรู้ และการพัฒนากลไกภายในประเทศ โดยเฉพาะการผลักดันกฎหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
CBAM อาจเพิ่มต้นทุนในระยะสั้น
แต่ในระยะยาวคือแรงผลักสำคัญให้ธุรกิจไทย
วัดและรายงานคาร์บอนอย่างเป็นระบบ
ลงทุนเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ
ยกระดับซัพพลายเชนสู่การค้าสีเขียว
ปี 2569 เป็นต้นไป
การแข่งขันทางการค้า = การแข่งขันด้านคาร์บอน
ที่มา: สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์
Credit : ESG Universe




ความคิดเห็น