จากพันธกิจสัมพันธ์สู่ Social Value: “มศว ร้อยความต่าง สร้างคุณค่าสู่สังคม” ผ่านการขับเคลื่อน 1 คณะ 1 ชุมชน
อัปเดตเมื่อ 10 ก.ย.
เมื่อการทำงานกับชุมชนไม่ได้วัดเพียงว่า “เราทำอะไร” แต่ต้องตอบให้ได้ว่า “ชุมชนและสังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร”
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) จัดงาน SWU Social Value: Diversity in Society “มศว ร้อยความต่าง สร้างคุณค่าสู่สังคม” เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ในการขับเคลื่อนพันธกิจมหาวิทยาลัยเพื่อสังคม โดยเชื่อมโยงความหลากหลายของศาสตร์ บุคลากร ชุมชน และภาคีเครือข่าย เข้าสู่การสร้างคุณค่าทางสังคมอย่างเป็นรูปธรรม
หนึ่งในเวทีสำคัญ คือการเสวนาหัวข้อ “การขับเคลื่อนพันธกิจสัมพันธ์เพื่อสังคม ภายใต้นโยบาย 1 คณะ 1 ชุมชน (One Faculty One Community: OFOC)” ซึ่งสะท้อนแนวทางการนำองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญของมหาวิทยาลัยไปทำงานร่วมกับชุมชน ผ่านกระบวนการที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วม การเรียนรู้ร่วมกัน และการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ตอบโจทย์บริบทและความต้องการของพื้นที่
จาก “กิจกรรม” สู่ “ผลลัพธ์” และคุณค่าที่เกิดขึ้นกับชุมชน
หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อน OFOC ไม่ได้อยู่เพียงจำนวนโครงการหรือกิจกรรมที่แต่ละคณะดำเนินการ แต่คือการมองให้เห็นว่า การนำองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยเข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนนั้น สร้างการเปลี่ยนแปลงอะไร เกิดขึ้นกับใคร และการเปลี่ยนแปลงนั้นมีความสำคัญต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างไร
เวทีเสวนาจึงเชื่อมโยงการดำเนินงาน OFOC เข้ากับแนวคิดการบริหารจัดการผลลัพธ์และคุณค่าทางสังคม ตั้งแต่การทำความเข้าใจบริบทและโจทย์ของพื้นที่ การกำหนดกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การออกแบบกิจกรรมร่วมกับชุมชน ไปจนถึงการติดตาม ผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) และการเปลี่ยนแปลงหรือคุณค่าที่เกิดขึ้น (Impact / Social Value)
แนวทางดังกล่าวช่วยให้การประเมิน OFOC ก้าวจากคำถามว่า “ดำเนินกิจกรรมครบหรือไม่” ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่า คือ “สิ่งที่ดำเนินการสร้างคุณค่าให้กับชุมชนอย่างไร” และ “จะนำข้อมูลผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลับมาใช้พัฒนาการทำงานร่วมกับชุมชนในระยะต่อไปได้อย่างไร”
OFOC กับการทำงานแบบพันธกิจสัมพันธ์
อีกประเด็นสำคัญจากเวที คือการสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง มหาวิทยาลัย–คณะ–ชุมชน–ภาคีเครือข่าย ให้เป็นมากกว่าความสัมพันธ์ในฐานะผู้ให้และผู้รับ แต่เป็นการทำงานในฐานะ “หุ้นส่วนของการเปลี่ยนแปลง”
ชุมชนจึงไม่ใช่เพียงผู้รับประโยชน์จากโครงการ แต่ควรมีส่วนร่วมตั้งแต่การสะท้อนปัญหาและความต้องการ การออกแบบแนวทางดำเนินงาน การลงมือปฏิบัติ ไปจนถึงการสะท้อนผลลัพธ์และคุณค่าที่เกิดขึ้นจริง
กระบวนการเช่นนี้ทำให้ OFOC สามารถสะท้อนหลักของ University Social Engagement ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะองค์ความรู้จากมหาวิทยาลัยและองค์ความรู้จากพื้นที่ถูกนำมาแลกเปลี่ยนและพัฒนาร่วมกัน นำไปสู่การเรียนรู้ทั้งของมหาวิทยาลัยและชุมชน และเพิ่มโอกาสให้ผลลัพธ์สามารถดำเนินต่อหรือขยายผลได้ในระยะยาว
ความหลากหลาย คือทรัพยากรของการสร้าง Social Value
เวทีครั้งนี้มีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายมิติร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ รศ.ดร.กิตติกรณ์ นพอุดมพันธุ์, ดร.ณิชาฎาร์ ลาภเกียรติกูล, พญ.อัญชลี สุขุมอานนท์ และ ดร.สกุลทิพย์ กีรติพันธวงศ์ กรรมการและเลขาธิการสมาคมผู้ประเมินมูลค่าทางสังคมไทย (Social Value Thailand)
ความหลากหลายของผู้ร่วมเสวนาสะท้อนแนวคิดสำคัญของงานว่า การสร้างคุณค่าทางสังคมไม่สามารถเกิดขึ้นจากศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการเชื่อมโยงองค์ความรู้ ทั้งด้านการศึกษา สุขภาวะ การพัฒนาชุมชน การบริหารจัดการ และการประเมินผลลัพธ์ทางสังคม
โดย ดร.สกุลทิพย์ กีรติพันธวงศ์ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองด้าน Social Value และ Social Impact โดยเฉพาะการทำให้ผลลัพธ์ของการดำเนินงานสามารถสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน OFOC ตลอดจนใช้ข้อมูลที่ได้เพื่อพัฒนาโครงการและการตัดสินใจในรอบต่อไป
จาก “1 คณะ 1 ชุมชน” สู่ระบบนิเวศของการสร้างคุณค่าร่วม
หากแต่ละคณะสามารถเชื่อมโยง องค์ความรู้ของตนเอง + โจทย์จริงของพื้นที่ + การมีส่วนร่วมของชุมชน + ภาคีเครือข่าย + การติดตามผลลัพธ์และคุณค่าที่เกิดขึ้น การขับเคลื่อน OFOC จะไม่ใช่เพียงชุดของโครงการเพื่อสังคม แต่สามารถพัฒนาไปสู่ระบบการทำงานที่สร้างการเปลี่ยนแปลงร่วมกันอย่างต่อเนื่อง
นี่คือจุดที่แนวคิด Social Value เข้ามาช่วยเติมเต็มการดำเนินงาน เพราะทำให้ทุกฝ่ายกลับมามองว่า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่เพียงทรัพยากรที่ใช้ในการดำเนินงานหรือจำนวนกิจกรรมที่จัดขึ้น แต่คือ “การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับผู้คนและชุมชน”
SVTH และ IPP ร่วมเชื่อมโยงเครือข่าย Social Impact ภายในงาน
นอกจากการร่วมแลกเปลี่ยนบนเวทีแล้ว ทีม Social Value Thailand (SVTH) และ Impact Partnership Platform (IPP) ยังได้ร่วมออกบูธภายในงาน เพื่อแนะนำ Impact Partnership Platform และเครื่องมือด้าน Social Impact พร้อมพบปะและเชื่อมโยงกับนักวิชาการ บุคลากร นักศึกษา และเครือข่ายที่สนใจการสร้างคุณค่าทางสังคม
การเข้าร่วมงานครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ของการเชื่อมโยง “องค์ความรู้ – ชุมชน – เครื่องมือ – ข้อมูล – และเครือข่าย” เพื่อสนับสนุนให้การสร้างคุณค่าทางสังคมไม่หยุดอยู่ที่การดำเนินกิจกรรม แต่สามารถติดตาม เรียนรู้ และนำผลลัพธ์กลับไปใช้พัฒนาการทำงานให้สร้าง Impact ได้มากขึ้น
เพราะเป้าหมายของพันธกิจสัมพันธ์เพื่อสังคม ไม่ใช่เพียงการนำมหาวิทยาลัยเข้าไปสู่ชุมชน แต่คือการทำให้มหาวิทยาลัยและชุมชน “ร่วมกันสร้างการเปลี่ยนแปลง” ที่มีคุณค่าและยั่งยืน
#SWUSocialValue #มศว #OFOC #OneFacultyOneCommunity #UniversitySocialEngagement #SocialImpact #SocialValue #SocialValueThailand #ImpactPartnership




ความคิดเห็น