ธุรกิจของคุณกำลังสร้าง Impact ผ่านโมเดลธุรกิจจริง ๆ หรือยัง? ลองเช็กตัวเองใน 3 นาที
อัปเดตเมื่อ 28 ต.ค.

ธุรกิจของคุณกำลังสร้าง Impact ผ่านโมเดลธุรกิจจริง ๆ หรือยัง? ลองเช็กตัวเองใน 3 นาที
คำถามที่หลายท่านยัง สงสัย “จากธุรกิจที่ทำดี สู่ธุรกิจที่ออกแบบมาให้ดีและเติบโตไปพร้อมกันได้ จริงหรือ ?? “
ทุกวันนี้ผู้ประกอบการจำนวนมากทำเรื่องดี ๆ อยู่แล้ว บางบริษัทสนับสนุนชุมชน ดูแลพนักงาน ลดขยะ ลดคาร์บอน หรือจัดทำรายงาน ESG อย่างจริงจัง แต่หากวันหนึ่งธุรกิจของคุณเติบโตขึ้นเป็นสองเท่า คุณค่าที่สร้างให้ผู้คนและสิ่งแวดล้อมจะเติบโตตามไปด้วยหรือไม่?
หากผลลัพธ์เชิงบวกเป็นส่วนหนึ่งของสินค้า บริการ วิธีหารายได้ หรือห่วงโซ่คุณค่า ไม่ใช่เพียงกิจกรรมเพิ่มเติม ธุรกิจของคุณอาจกำลังเข้าใกล้แนวคิด Impact Business Model (IBM) ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการเปลี่ยนจากการทำธุรกิจอย่างรับผิดชอบ ไปสู่การใช้พลังของธุรกิจแก้ปัญหาที่มีความหมาย
01 | Quick Check: ธุรกิจของคุณพร้อมสำหรับโลกของ Impact แค่ไหน?
ขอชวนกันมาลอง… ใช้เวลา 3 นาทีสำรวจตนเองผ่าน 7 Impact Topics ของมาตรฐาน B Lab ฉบับใหม่ที่เรียบเรียงเป็นภาษาสำหรับ SME ตอบ “ใช่” เฉพาะเมื่อมีแนวปฏิบัติจริง “กำลังพัฒนา” หากเริ่มลงมือแล้ว และ “ยังไม่ได้ทำ” หากยังไม่เริ่ม
01 | Purpose & Stakeholder Governance — เรามี Purpose ที่ชัดเจน และนำผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมาประกอบการตัดสินใจจริงหรือไม่? □ ใช่ □ กำลังพัฒนา □ ยังไม่ได้ทำ
02 | Fair Work — พนักงานได้รับการดูแลอย่างเป็นธรรม มีโอกาสพัฒนา และมีช่องทางแสดงความคิดเห็นหรือไม่? □ ใช่ □ กำลังพัฒนา □ ยังไม่ได้ทำ
03 | Human Rights — เราตรวจสอบและจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งในองค์กรและห่วงโซ่อุปทานหรือไม่? □ ใช่ □ กำลังพัฒนา □ ยังไม่ได้ทำ
04 | Climate Action — เรารู้แหล่งการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สำคัญ และมีแนวทางลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศหรือไม่? □ ใช่ □ กำลังพัฒนา □ ยังไม่ได้ทำ
05 | Environmental Stewardship & Circularity — เราออกแบบการใช้ทรัพยากร วัตถุดิบ น้ำ และการจัดการของเสีย เพื่อลดผลกระทบตลอดห่วงโซ่คุณค่าหรือไม่? □ ใช่ □ กำลังพัฒนา □ ยังไม่ได้ทำ
06 | Justice, Equity, Diversity & Inclusion — เราสร้างโอกาสที่เท่าเทียม ลดการเลือกปฏิบัติ และคำนึงถึงกลุ่มที่อาจถูกกีดกันหรือเสียเปรียบหรือไม่? □ ใช่ □ กำลังพัฒนา □ ยังไม่ได้ทำ
07 | Government Affairs & Collective Action — เราร่วมมือกับเครือข่ายหรือภาคส่วนอื่นเพื่อผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่ดี มากกว่าทำงานเฉพาะภายในองค์กรหรือไม่? □ ใช่ □ กำลังพัฒนา □ ยังไม่ได้ทำ
วิธีอ่านผล: ไม่ต้องมองเป็นคะแนนผ่าน/ตก แต่ใช้คำตอบเพื่อเห็นจุดแข็งและหัวข้อที่ควรพัฒนาต่อ เพราะข้อคำถามนี้เป็นแบบสำรวจเพื่อการสื่อสารของ SVThailand ไม่ใช่ B Impact Assessment อย่างเป็นทางการ และไม่ใช่ผลรับรอง B Corp
02 | B Corp คืออะไร และต่างจากการทำ CSR อย่างไร?
Certified B Corporation หรือ B Corp คือบริษัทที่ผ่านกระบวนการรับรองตามมาตรฐานของ B Lab ซึ่งพิจารณาการดำเนินธุรกิจด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และธรรมาภิบาล รวมถึงความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
หัวใจของแนวคิดนี้ไม่ใช่การบอกว่า “ธุรกิจต้องหยุดแสวงหากำไร” แต่คือการตั้งคำถามใหม่ว่า
เราจะใช้พลังของธุรกิจสร้างประโยชน์ต่อผู้คนและโลก ควบคู่กับการเติบโตทางเศรษฐกิจได้อย่างไร?
CSR, ESG, Impact Business Model และ B Corp จึงไม่จำเป็นต้องเป็นแนวคิดที่ขัดแย้งกัน แต่มีบทบาทต่างกัน
แนวคิด | คำถามหลัก |
CSR | ธุรกิจของเราจะมีส่วนช่วยสังคมอย่างไร? |
ESG Management | เราจะบริหารความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างไร? |
Impact Business Model | เราจะออกแบบธุรกิจหลักให้สร้างผลลัพธ์เชิงบวกที่ตั้งใจไว้ได้อย่างไร? |
B Corp Certification | เราจะพิสูจน์การดำเนินธุรกิจที่รับผิดชอบและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐาน B Lab ได้อย่างไร? |
ตัวอย่างเช่น บริษัทอาหารแห่งหนึ่งอาจเริ่มจากบริจาคอาหารให้ชุมชน ต่อมาพัฒนาระบบลด Food Waste และในที่สุดอาจออกแบบโมเดลจัดซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรรายเล็กในระยะยาว พร้อมพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์โภชนาการและสร้างรายได้ให้กับธุรกิจ
จุดเปลี่ยนไม่ได้อยู่ที่การเลิกทำ CSR แต่อยู่ที่การนำคุณค่าทางสังคมและสิ่งแวดล้อมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบและตัดสินใจทางธุรกิจ
แล้วมาตรฐาน B Corp ยังใช้ 5 มิติอยู่หรือไม่?
กรอบ Governance, Workers, Community, Environment และ Customers เป็นกรอบที่หลายคนคุ้นเคยจาก B Impact Assessment เดิม
อย่างไรก็ตาม B Lab ได้ประกาศมาตรฐานใหม่ในปี 2025 โดยกำหนดข้อกำหนดใน 7 Impact Topics ได้แก่
Purpose & Stakeholder Governance
Climate Action
Human Rights
Fair Work
Environmental Stewardship & Circularity
Justice, Equity, Diversity & Inclusion
Government Affairs & Collective Action
มาตรฐานใหม่ให้ความสำคัญกับการผ่านข้อกำหนดในทุกหัวข้อที่เกี่ยวข้อง แทนการอาศัยคะแนนสะสมรวมเพื่อชดเชยผลการดำเนินงานที่อ่อนแอในบางด้าน
สำหรับ SME นี่จึงเป็นโอกาสที่จะเริ่มทำความเข้าใจทิศทางใหม่ของธุรกิจที่รับผิดชอบ แม้ยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการรับรองก็ตาม
03 | Impact Business Model มีหน้าตาแบบไหน? ไม่จำเป็นต้องเป็นธุรกิจเพื่อสังคมเท่านั้น
หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือ การทำ Impact Business ต้องเป็นมูลนิธิ วิสาหกิจเพื่อสังคม หรือบริษัทที่บริจาคกำไรจำนวนมาก
ในความเป็นจริง ธุรกิจหลากหลายประเภทสามารถออกแบบโมเดลให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวกได้ โดยมีรูปแบบที่แตกต่างกันตามปัญหาที่ต้องการแก้ไข
ตัวอย่างรูปแบบที่น่าสนใจ
รูปแบบธุรกิจ | ตัวอย่างแนวทางสร้าง Impact | ผลลัพธ์ที่ควรติดตาม |
Inclusive Finance | Microfinance หรือบริการทางการเงินที่ออกแบบให้ผู้ที่เข้าไม่ถึงระบบการเงินได้รับโอกาสอย่างเหมาะสม | การเข้าถึงบริการ ความมั่นคงทางการเงิน ภาระหนี้ และคุณภาพชีวิต |
Workforce Development | ธุรกิจที่ฝึกทักษะและสร้างงานให้กลุ่มที่มีอุปสรรคในการเข้าสู่ตลาดแรงงาน | การได้งาน รายได้ ทักษะ และความก้าวหน้าในอาชีพ |
Products for Underserved Groups | สินค้าหรือบริการที่แก้ปัญหาให้กลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึงบริการจำเป็น | การเข้าถึง คุณภาพชีวิต และความสามารถในการใช้บริการ |
Inclusive Supply Chain | การสร้างห่วงโซ่คุณค่าร่วมกับเกษตรกร ผู้ผลิตรายย่อย หรือชุมชน | รายได้ที่เป็นธรรม ความมั่นคงของอาชีพ และอำนาจต่อรอง |
Environmental Products & Services | สินค้าหรือบริการที่ช่วยลดของเสีย ประหยัดทรัพยากร หรือสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน | ทรัพยากรที่ประหยัดได้ ของเสียที่ลดลง และผลกระทบสุทธิ |
Impact Enabling Business | ธุรกิจที่พัฒนาเครื่องมือ เทคโนโลยี หรือบริการช่วยให้องค์กรอื่นบริหารผลกระทบได้ดีขึ้น | การนำเครื่องมือไปใช้จริงและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อผู้ใช้และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย |
ตัวอย่างเหล่านี้สะท้อนว่า Impact ไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมที่ทำเพิ่มเติมจากธุรกิจเสมอไป แต่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ลูกค้าเลือกใช้สินค้าและบริการตั้งแต่แรก
อย่างไรก็ตาม การมีเจตนาที่ดีหรือการขายสินค้าที่ดูเป็นมิตรต่อสังคมยังไม่เพียงพอ ธุรกิจต้องตรวจสอบด้วยว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เกิดกับใคร และมีผลกระทบด้านลบอื่นที่ต้องจัดการหรือเปล่า
04 | จาก Patagonia ถึง Nespresso และ Ricola: เมื่อแบรนด์ที่เรารู้จักเลือกเดินบนเส้นทาง B Corp
B Corp ไม่ได้จำกัดอยู่ในธุรกิจขนาดเล็กหรือธุรกิจเพื่อสังคมเท่านั้น ปัจจุบันมีบริษัทจากอุตสาหกรรมที่หลากหลายเข้าร่วมขบวนการนี้
Patagonia แบรนด์เครื่องแต่งกาย Outdoor เป็นตัวอย่างที่ทำให้ผู้คนเห็นว่าแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อมสามารถเชื่อมกับการออกแบบผลิตภัณฑ์ ความทนทาน การซ่อมแซม และการดำเนินธุรกิจได้
Nespresso เป็นอีกตัวอย่างของบริษัทขนาดใหญ่ที่เข้าสู่กระบวนการรับรอง B Corp โดยเชื่อมโยงประเด็นความยั่งยืนกับคุณภาพกาแฟ ความสัมพันธ์กับเกษตรกร และห่วงโซ่คุณค่า
Ricola แบรนด์ผลิตภัณฑ์สมุนไพรจากสวิตเซอร์แลนด์ที่หลายคนคุ้นเคย ก็เป็น Certified B Corp เช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจครอบครัวที่มีประวัติยาวนานสามารถพัฒนาการดำเนินงานให้สอดคล้องกับมาตรฐานธุรกิจที่รับผิดชอบได้
สิ่งที่น่าสนใจจากตัวอย่างเหล่านี้ไม่ใช่เพียงเครื่องหมายรับรอง แต่คือคำถามว่า บริษัทขนาดและอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันนำ Purpose เข้าไปอยู่ในระบบการบริหารและการสร้างคุณค่าของธุรกิจอย่างไร
สำหรับ SME ไทย คำถามจึงไม่ใช่ “เราจะเป็นเหมือน Patagonia ได้อย่างไร” แต่เป็น “ธุรกิจของเรามีปัญหาใดที่สามารถแก้ไขได้ดีเป็นพิเศษ และจะสร้างคุณค่าจากจุดแข็งนั้นอย่างไร”
05 | จาก Traditional Business สู่ Impact Business Model เริ่มต้นตรงไหน?
หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้วพบว่าธุรกิจมีองค์ประกอบบางส่วนอยู่แล้ว แต่ยังไม่รู้จะพัฒนาให้เป็นโมเดลที่ชัดเจนได้อย่างไร ลองเริ่มจาก 5 ขั้นตอน
STEP 1 — Define Your Purposeระบุให้ชัดว่าโลกหรือสังคมจะดีขึ้นอย่างไร เพราะธุรกิจของเรามีอยู่
STEP 2 — Map Your Impact Pathwayวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ปัญหา กิจกรรม และผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น รวมถึงผลกระทบด้านลบที่ต้องจัดการ
STEP 3 — Redesign Your Business Modelเชื่อมสินค้า บริการ กลุ่มลูกค้า รายได้ และผลลัพธ์ที่ต้องการสร้างให้เป็นโมเดลเดียวกัน
STEP 4 — Manage What Mattersกำหนดตัวชี้วัดที่มีความหมาย ใช้ข้อมูลเพื่อปรับปรุงการตัดสินใจ และพัฒนาระบบบริหารผลกระทบที่เหมาะกับองค์กร
STEP 5 — Prove, Communicate & Scaleติดตามหลักฐานผลลัพธ์ สื่อสารอย่างไม่กล่าวอ้างเกินจริง และมองหาพันธมิตรที่จะช่วยขยายคุณค่าได้
การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากโครงการขนาดใหญ่เสมอไป SME อาจเริ่มจากสินค้าหนึ่งกลุ่ม ห่วงโซ่อุปทานหนึ่งส่วน หรือกลุ่มลูกค้าที่ต้องการแก้ปัญหาอย่างจริงจังก่อน แล้วจึงเรียนรู้และขยายผลต่อไป
06 | มาหาคำตอบร่วมกันที่ Impact Together Forum 2026
B Corp หรือไม่ ก็ต้องมี Impact Business Model
นี่คือหนึ่งในประเด็นสำคัญที่งาน ข่วงคุณค่า | Impact Together Forum 2026 ต้องการชวนผู้ประกอบการมาร่วมเรียนรู้และแลกเปลี่ยน
ภายในงาน คุณจะได้พบกับผู้แทนและผู้ขับเคลื่อนเครือข่ายจากลาตินอเมริกาและเอเชีย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้าน Purpose, Impact Management และการสร้างความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ มหาวิทยาลัย และชุมชน
ไม่ใช่เพียงการฟังว่าองค์กรอื่นทำอะไรสำเร็จแล้ว แต่เป็นโอกาสที่จะกลับมาตั้งคำถามกับธุรกิจของตัวเองว่า
เราจะนำ Purpose มาเชื่อมกับการเติบโตอย่างไร?
เราจะออกแบบ Impact Business Model จากจุดแข็งที่มีอยู่ได้อย่างไร?
เราจะวัดและบริหารผลกระทบให้เป็นข้อมูลสำหรับการตัดสินใจได้อย่างไร?
เราจะเชื่อมโยงกับพันธมิตรที่ช่วยให้คุณค่าของธุรกิจขยายไปได้ไกลกว่าเดิมอย่างไร?
3 Days: Inspire → Design → Experience
2 พฤศจิกายน 2569 | INSPIREเปิดมุมมองจากผู้นำและเครือข่ายระดับโลก เรียนรู้ทิศทางการบริหาร Impact มาตรฐาน ISO/UNDP 53001 และตัวอย่างธุรกิจจริง
3 พฤศจิกายน 2569 | DESIGNเรียนรู้ผ่านเวิร์กช็อป Case Sharing และ Roundtable เพื่อเริ่มนำแนวคิดไปปรับใช้ พร้อมเปิดพื้นที่เชื่อมโยงความร่วมมือ
4 พฤศจิกายน 2569 | EXPERIENCEเรียนรู้จากพื้นที่จริงและบทบาทของชุมชนในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง (รายละเอียดกิจกรรมลงพื้นที่เป็นไปตามกำหนดการที่ผู้จัดยืนยัน)
2–4 พฤศจิกายน 2569 | มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เพราะอนาคตของธุรกิจอาจไม่ได้วัดเพียงว่าเราเติบโตได้มากเท่าไร แต่รวมถึงว่า เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น ใครและอะไรได้เติบโตไปกับเราบ้าง
From Checkbox to Movement.
ร่วมเปลี่ยนความเข้าใจให้เป็นการลงมือทำ และเปลี่ยนความพยายามของแต่ละองค์กรให้เป็นพลังความร่วมมือ
รายละเอียดและลงทะเบียน:https://www.impactpartnership.asia/impact-together-forum-2026





ความคิดเห็น