top of page

โปรแกรมใกล้บ้านสมานใจ: การดูแลเชิงรุกในชุมชนสำหรับผู้เป็นโรคติดสุรา

1 วันที่ผ่านมา
ยาว 3 นาที

ผู้รับผิดชอบโครงการ: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่



1) บริบทและภาพรวมโครงการ

ระยะเวลาดำเนินงาน: เดือนมกราคม พ.ศ. 2553 – เดือนธันวาคม พ.ศ. 2556 (รวม 4 ปี)

ระยะเวลาประเมินผลประโยชน์ (Benefit Period): เดือนมกราคม พ.ศ. 2557 – เดือนธันวาคม พ.ศ. 2566 (รวม 10 ปี) 

งบประมาณดำเนินโครงการ (Input): 5,000,000 บาท (ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ - สสส.) 

ความสอดคล้องยุทธศาสตร์: ยุทธศาสตร์ที่ 2 เชิงรุก: นวัตกรรมด้านอาหาร และสุขภาพ และการดูแล

เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (SDGs)

SDG 1: ขจัดความยากจนทุกรูปแบบทกุสถานที่ (No Poverty)

SDG 2: ขจัดความหิวโหยบรรลุความมั่นคงทางอาหารส่งเสริมเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน (Zero Hunger)

SDG 3: รับรองการมีสุขภาพ และความเป็นอยู่ที่ดีของทุกคนทุกช่วงอายุ (Good Health and well-being)

SDG 4: รับรองการศึกษาที่เท่าเทียมและทั่วถึง ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแก่ทุกคน (Quality Education)

SDG 5: บรรลุความเท่าเทียมทางเพศ พัฒนาบทบาทสตรีและเด็กผู้หญิง (Gender Equality)

SDG 8: ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่องครอบคลุมและยั่งยืนการจ้างงานที่มีคุณค่า (Decent Work and Economic Growth)

SDG 10: ลดความเหลื่อมล้ำทั้งภายในและระหว่างประเทศ (Reduced Inequalities)

SDG 11: ทำให้เมืองและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์มีความปลอดภัยทั่วถึง พร้อมรับความเปลี่ยนแปลง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Cities and Communities)

SDG 16: ส่งเสริมสังคมสงบสุขยุติธรรมไม่แบ่งแยกเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (PeaceandJustice Strong Institutions)

ภาพรวมผลตอบแทนจากการลงทุนทางสังคม (SROI): มูลค่าผลประโยชน์รวม (Total Impact): 20,509,102.87 บาท (ผลประโยชน์ทางสังคม 84.9% และทางเศรษฐกิจ 15.1%), มูลค่าผลประโยชน์สุทธิ (Net Impact): 15,509,102.87 บาท, อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (SROI Ratio): 4.10 เท่า


2) การระบุผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

กลุ่มย่อย / คุณลักษณะ

จำนวน

แนวทางการคัดเข้า-คัดออก

ผู้ได้รับประโยชน์

ผู้ป่วยที่ติดสุรา: ผู้เข้าร่วมการอบรมโปรแกรมฯ

44 ราย

คัดเข้าผู้ป่วยติดสุราที่ได้รับประโยชน์เกิดการเปลี่ยนแปลง

ครอบครัวผู้ป่วยติดสุรา: ครอบครัวของผู้เข้าร่วมอบรม

44 ครัวเรือน

คัดเข้าครอบครัวที่ได้รับประโยชน์และเกิดการเปลี่ยนแปลง

บุคลากรสุขภาพ: พยาบาลวิชาชีพ/บุคลากรสุขภาพในหน่วยบริการ

144 ราย

คัดเข้าบุคลากรสุขภาพที่เกี่ยวข้องและได้รับประโยชน์

โรงพยาบาล: โรงพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยติดสุรา

-

คัดเข้าโรงพยาบาลที่ได้รับประโยชน์จากการลดภาระการบำบัดรักษา

ผู้ดำเนินโครงการและผู้สนับสนุน

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่: คณะวิจัยผู้บริหารและจัดทำโครงการ

1 หน่วยงาน

ทีมวิจัยและผู้ดำเนินโครงการ

สสส.: สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

1 หน่วยงาน

หน่วยงานที่มอบงบประมาณสนับสนุนโครงการ


3) กลยุทธ์ – วิธีการ – เครื่องมือที่ใช้

มิติการดำเนินงาน

กลยุทธ์และวิธีการ

เครื่องมือที่ใช้

การประเมินและคัดกรองเชิงรุก

พัฒนาระบบเฝ้าระวังและคัดกรองสุขภาพตนเองเบื้องต้นในชุมชน

นวัตกรรมการคัดกรองและเฝ้าระวังภาวะสุขภาพเบื้องต้นด้วยตนเอง (Self-Monitoring Innovation)

การพัฒนาระบบข้อมูล

พัฒนาระบบฐานข้อมูลเพื่อติดตามและประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพ

ระบบฐานข้อมูลประเมินความเสี่ยงสุขภาพ (Data Health Risk Assessment System)

การเสริมสร้างพลังและการอบรม

เสริมสร้างความรู้และทักษะการดูแลตนเองเพื่อ ลด ละ เลิก สุรา รวมถึงจัดฝึกอบรมฟื้นฟูทักษะการบำบัดแก่บุคลากรสุขภาพ

โปรแกรมใกล้บ้านสมานใจ, กิจกรรม "Health Talk", คอร์สอบรมจิตสังคมบำบัดและการอบรม supervision

การสื่อสารและการสร้างเครือข่าย

รณรงค์สร้างความตระหนักในวงกว้าง สร้างแกนนำสุขภาพ และส่งเสริมสุขภาวะในองค์กรและชุมชน

สื่อ Mass Communication, โปรแกรม "Stop Staff Stress", คลินิกจัดการความเครียด


4) Impact Pathway / Theory of Change (เส้นทางของการเปลี่ยนแปลง)

ลำดับ

รายการ

ตัวอย่างคำอธิบาย

Input

ทรัพยากร, ทีมงาน, ข้อมูล

งบประมาณโครงการหลัก (สสส.): 5,000,000 บาท

ทีมงานและภาคี: คณะวิจัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, พยาบาลวิชาชีพและบุคลากรสุขภาพ 144 ราย

ทรัพยากรวิชาการ: ระบบฐานข้อมูลสุขภาพ, นวัตกรรมการคัดกรองและเฝ้าระวังภาวะสุขภาพเบื้องต้นด้วยตนเอง

Activity

กิจกรรมหลัก

1. การพัฒนาระบบฐานข้อมูลประเมินความเสี่ยงสุขภาพ และนวัตกรรมการคัดกรองตนเอง

2. การจัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ป่วยติดสุราตาม "โปรแกรมใกล้บ้านสมานใจ"

3. การสร้างและพัฒนาศักยภาพบุคลากรสุขภาพ (อบรมฟื้นฟู supervision และการให้จิตสังคมบำบัด)

4. การดำเนินกิจกรรมรณรงค์ด้านสุขภาพกาย-ใจ (Mass Communication, Stop Staff Stress, คลินิกจัดการความเครียด, Health Talk)

Output

ผลผลิตที่เกิดขึ้น

1. ผู้ป่วยติดสุราเข้าร่วมอบรมและได้รับการดูแลจำนวน 44 ราย

2. ครอบครัวของผู้ป่วยติดสุราได้รับประโยชน์จำนวน 44 ครัวเรือน

3. พยาบาลวิชาชีพและบุคลากรสุขภาพได้รับการพัฒนาทักษะจำนวน144 ราย

4. นวัตกรรม/กระบวนการในการสร้างเสริมสุขภาพประชาชนที่ต้องเผชิญภาวะทุกข์จากการติดสุราเรื้อรัง

5. ผลงานวิชาการและการสื่อสารสาธารณะ (การตีพิมพ์ผลงานวิชาการ 9 ฉบับ, การประชาสัมพันธ์ทางรายการโทรทัศน์ เว็บไซต์ และรางวัล)

Outcome

การเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ

ผู้ป่วยติดสุรา: เกิดทักษะและความรู้ในการดูแลตนเอง สามารถ ลด ละ เลิกการดื่มสุราได้สำเร็จ สุขภาพกายและใจดีขึ้น

ครอบครัว: ลดความขัดแย้งและการทะเลาะเบาะแว้ง ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น ลดภาระการดูแลและผู้ป่วยกลับมาช่วยงานทำให้รายได้ครอบครัวเพิ่มขึ้น

บุคลากรและโรงพยาบาล: บุคลากรมีทักษะจิตสังคมบำบัดผู้ป่วยติดสุราเรื้อรัง โรงพยาบาลลดค่าใช้จ่ายและภาระในการรักษาผู้ป่วยที่กลับมารักษาซ้ำ (ลดลง 70%)

องค์กร (มช.): บุคลากรมีทักษะเพิ่มขึ้น มหาวิทยาลัยมีภาพลักษณ์ที่ดีในการบริการวิชาการ

Impact

การเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ / ยั่งยืน

สังคม: ลดอุบัติเหตุทางจราจรและการเป็นคู่กรณีจากพฤติกรรมเมาแล้วขับ เสริมสร้างสุขภาวะและความปลอดภัยในชุมชน

เศรษฐกิจ: ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อแอลกอฮอล์ของผู้ป่วย และลดมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศที่เกิดจากการดื่มสุรา (รวมมูลค่าผลลัพธ์สุทธิ 15.51 ล้านบาท SROI 4.10 เท่า)

การขยายผล: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เกิดการต่อยอด/ขยายผลการดำเนินงานสู่ข้อเสนอโครงการใหม่ และนำองค์ความรู้ไปถ่ายทอดใช้ประโยชน์จริงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วง Benefit Period 10 ปี


5) Evidence & Indicators (หลักฐานและตัวชี้วัดผลลัพธ์)

รายการ

รายละเอียด

Quantitative

การแบ่งสัดส่วนผลกระทบ (Impact Breakdown) :

มิติสังคม: 17.41 ล้านบาท (84.90%)

• ผู้ติดสุราลด/เลิกสุรา ค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลดลง (มูลค่า 6.64 ล้านบาท)

• ครอบครัวลดความขัดแย้ง ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีขึ้น (มูลค่า 0.48 ล้านบาท)

• ลดการเกิดอุบัติเหตุทางจราจรจากการเป็นคู่กรณีเมาแล้วขับ (มูลค่า 0.32 ล้านบาท)

• พยาบาลวิชาชีพและบุคลากรสุขภาพได้รับการพัฒนาทักษะความรู้ (มูลค่า 0.86 ล้านบาท)

• โรงพยาบาลลดค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยสุราเรื้อรังที่กลับมารักษาซ้ำ (มูลค่า 3.79 ล้านบาท)

• มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้นวัตกรรม/กระบวนการในการดูแลผู้ติดสุรา (มูลค่า 0.47 ล้านบาท)

• มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้รับการยอมรับ/ภาพลักษณ์ที่ดีและการถ่ายทอดความรู้ (มูลค่า 1.18 ล้านบาท)

• มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เกิดการต่อยอด/ขยายผลการดำเนินงาน (มูลค่า 1.23 ล้านบาท)

• ผู้ติดสุราเกิดทักษะความรู้ในการดูแลตนเองเพื่อเลิกสุรา (มูลค่า 0.04 ล้านบาท)

• นักวิจัย/บุคลากร มช. เกิดทักษะในการดูแลผู้ป่วยสุราเรื้อรัง (มูลค่า 0.06 ล้านบาท)

มิติเศรษฐกิจ: 3.10 ล้านบาท (15.10%)

• ผู้ป่วยติดสุราลด/เลิกดื่มส่งผลให้สุขภาพดีขึ้น ลดต้นทุนสูญเสียทางเศรษฐกิจ (มูลค่า 0.70 ล้านบาท)

• ลดภาระการดูแลของครอบครัว นำไปสู่การทำงานและรายได้ครอบครัวที่เพิ่มขึ้น (มูลค่า 4.73 ล้านบาท - มูลค่าปรับแล้วรวมในมิติเศรษฐกิจ)

Qualitative

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม: "ผู้ป่วยติดสุราเกิดทักษะดูแลตนเองและสามารถ ลด ละ เลิก การดื่มสุราได้สำเร็จ ส่งผลให้สุขภาพกายและจิตใจดีขึ้นอย่างชัดเจน"

สัมพันธภาพในครอบครัว: "ลดปัญหาความเครียด ความขัดแย้ง และความทะเลาะเบาะแว้งในครอบครัว นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดีและการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข"

ประสิทธิภาพระบบบริการสุขภาพ: "โรงพยาบาลลดอัตราการกลับมารักษาซ้ำของผู้ป่วยสุราเรื้อรังลงได้ถึง 70% ช่วยลดภาระงานและเวลาของพยาบาล/บุคลากรสุขภาพ ทำให้สามารถดูแลผู้ป่วยอื่นได้เพิ่มขึ้น"

SROI / Economic Valuation

อัตราผลตอบแทน (SROI Ratio): 4.10 เท่า (ลงทุน 1 บาท สร้างผลตอบแทนทางสังคมและเศรษฐกิจ 4.10 บาท)

มูลค่าผลกระทบรวม (Total Impact Value) (ม.ค. 2553 - ธ.ค. 2566): 20.51 ล้านบาท

มูลค่าการลงทุนรวม (Total Input) (ม.ค. 2553 - ธ.ค. 2556): 5.00 ล้านบาท


6) SV Key Lessons Learned (บทเรียนสำคัญ / ปัจจัยความสำเร็จ)

รายการ

รายละเอียด

ปัจจัยที่ทำให้โครงการสำเร็จ

1. Innovation & Data (ระบบและนวัตกรรมคัดกรอง): การใช้นวัตกรรมคัดกรองตนเอง (Self-Monitoring) ร่วมกับระบบฐานข้อมูลสุขภาพ (Data Health Risk Assessment System) ช่วยให้ระบุกลุ่มเสี่ยงและติดตามผลได้อย่างแม่นยำ

2. Process (การดูแลเชิงรุกในชุมชน): การเปลี่ยนผ่านจากการรอรักษาในโรงพยาบาลมาเป็นการดูแลเชิงรุก "ใกล้บ้าน" เข้าถึงผู้ป่วยและครอบครัวในพื้นที่อย่างแท้จริง

3. Capacity Building (การเสริมพลังบุคลากรด่านหน้า): การอบรมและพัฒนาทักษะจิตสังคมบำบัดแก่พยาบาลวิชาชีพและบุคลากรสุขภาพ 144 ราย ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลและลดการกลับมารักษาซ้ำได้ถึง 70%

4. Academic Leadership (บทบาทภาควิชาการ): มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง (Facilitator) ในการนำองค์ความรู้ สื่อ และนวัตกรรมมาบูรณาการร่วมกับหน่วยงานบริการสุขภาพและผู้สนับสนุนทุน (สสส.)

อุปสรรคและสิ่งที่เรียนรู้จากการดำเนินงาน

ความท้าทายในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเรื้อรัง: การติดสุราเรื้อรังเป็นปัญหาซับซ้อนที่ต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง โครงการจึงต้องออกแบบกระบวนการติดตามผลยาวนาน รวมถึงประเมินผลประโยชน์ต่อเนื่องถึง 10 ปี (Benefit Period)

ภาระงานของบุคลากรสุขภาพ: บุคลากรทางการแพทย์มีภาระงานประจำสูง การนำโปรแกรมเชิงรุกไปใช้ต้องเน้นเครื่องมือที่ช่วย "ลดเวลาการรักษา" และลดอัตราการกลับมารักษาซ้ำ เพื่อไม่ให้เกิดภาระงานซ้ำซ้อน

ผลกระทบต่อครอบครัว: ปัญหาสุราไม่ได้ส่งผลแค่ตัวผู้ป่วย แต่กระทบถึงรายได้และความสัมพันธ์ในครอบครัว การดำเนินงานจึงต้องเน้นการสร้างความเข้าใจและลดความทะเลาะเบาะแว้งในครัวเรือนควบคู่กัน

บทบาท

ผู้นำ (มหาวิทยาลัยเชียงใหม่): เป็นผู้ริเริ่มโครงการ นักวิจัย ผู้สร้างนวัตกรรมกระบวนการดูแลเชิงรุก และผู้ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่สาธารณะ

ผู้สนับสนุน (สสส.): เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณหลักในการดำเนินงาน และผลักดันนวัตกรรมสร้างเสริมสุขภาพในระดับนโยบายและชุมชน

ผู้ดำเนินงานด่านหน้า (บุคลากรสุขภาพ/พยาบาล): เป็นผู้ประยุกต์ใช้นวัตกรรม ให้การบำบัดฟื้นฟู และดูแลผู้ป่วยติดสุราในระบบบริการสุขภาพและชุมชน

กลุ่มเป้าหมายและชุมชน (ผู้ป่วยและครอบครัว): เป็นผู้ร่วมเรียนรู้ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลด เลิกสุรา และเป็นกลไกสร้างความอบอุ่นในครอบครัว


7) Impact Scalability (ความสามารถในการขยายผลกระทบ)

มิติการขยายผล

โอกาสและการดำเนินงานขยายผล (Scalability)

การขยายพื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย

โมเดลการดูแลเชิงรุกสามารถนำไปปรับใช้ขยายผลในพื้นที่ชุมชนอื่นๆ หรือขยายไปยังกลุ่มผู้ป่วยที่มีภาวะเสี่ยงสุราในระดับภูมิภาค

การต่อยอดทุนวิจัย/โครงการ (Project Extension)

โครงการเกิดการต่อยอดงบประมาณคิดเป็นมูลค่าขยายผลกว่า 1.23 ล้านบาท (จากโอกาสต่อยอดงบประมาณโครงการใหม่ 30%)

การถ่ายทอดองค์ความรู้และนวัตกรรม

นวัตกรรมการคัดกรองตนเองและคู่มือกระบวนการดูแล สามารถนำไปถ่ายทอดผ่านการตีพิมพ์บทความวิชาการ (9 ฉบับ) และนำเสนอในวงกว้าง


8) SV Inspiration (การสะท้อนคุณค่าทางสังคม)

มิติคุณค่าทางสังคม

การสะท้อนคุณค่า (Social Value Reflection)

การคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และสุขภาวะ

โครงการช่วยเปลี่ยนผู้ป่วยติดสุราเรื้อรังให้กลับมามีสุขภาวะที่ดี มีทักษะการดูแลตนเอง และสามารถกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวและสังคมได้อย่างภาคภูมิ

การสร้างความเข้มแข็งและอบอุ่นในครอบครัว

การลดการดื่มสุราช่วยลดความเครียด ความขัดแย้ง และความรุนแรงในครอบครัว ทำให้สมาชิกในครอบครัวมีเวลาทำกิจกรรมร่วมกันและมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

คุณค่าของการลงทุนทางสังคมที่คุ้มค่า (SROI 4.10)

สะท้อนให้เห็นว่าการลงทุนงบประมาณ 5 ล้านบาท สร้างผลตอบแทนทางสังคมและเศรษฐกิจกลับคืนสู่สังคมสูงถึง 20.5 ล้านบาท (คิดเป็น 4.10 เท่า) ถือเป็นนวัตกรรมสังคมที่สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างมหาศาล

มาตรฐานการประเมินระดับสากล

รายงานการประเมิน SIA/SROI นี้ได้รับรับรองมาตรฐานตามหลักการ Social Value Principle จากสมาคมผู้ประเมินมูลค่าทางสังคมไทย (Social Value Thailand)


โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
การศึกษาผลลัพธ์ทางคลินิกและกระบวนการ ต้นทุนและต้นทุนประสิทธิผล ของการดำเนินการตามแนวทางลด ละ เลิกเหล้ากันเถอะ (การดูแลเชิงรุกในชุมชนสำหรับผู้มีปัญหาการดื่มสุรา ฉบับประชาชน): กรณีศึกษา 4 ภาค

หน่วยงานที่รับผิดชอบ: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 1) บริบทและภาพรวมโครงการ ที่มาและความสำคัญ: ปัญหาสุราสร้างผลกระทบทั้งทางด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม การดูแลเชิงรุกในชุมชนโดยอาศัยผู้ช่วยเหลื

 
 
 

ความคิดเห็น


IPP LOGO WH.png
Impact Function
About IPP
Social Media
image.png
image 38.png

IMPACT PARTNERSHIP PLATFORM

Tel : 089-680–1233, 090-669-3961
Email : info@impactpartnership.asia
Mon – Fri, 09:00-18:00 

Find us at the office 8/106 PATIO Kallapaphruk-SathornKanchanapisek Road, Bangkae, Bangkok, Thailand 10160

Copy right 2021 all rights reserved © NISE CORPORATION CO.,LTD Version: 3.0.7 | 10/10/2024_10:40
bottom of page