top of page

เมื่อโลกกำลังนิยามการเติบโตใหม่ ประเทศไทยพร้อมหรือยังที่จะเปลี่ยนคุณค่าให้เป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ?

1 วันที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

From IMF Bangkok 2026 to Thailand’s Impact Transition

โดย ดร.สกุลทิพย์ กีรติพันธวงศ์ เลขาธิการสมาคม Social Value Thailand


ในตอนที่แล้ว เราชวนตั้งคำถามจากเวที IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่กรุงเทพฯ ว่า ความแข็งแกร่งของระบบเศรษฐกิจและการเงิน ท้ายที่สุดแล้ว ควรสร้างคุณค่าให้กับใคร?


คำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ แล้วใครจะเป็นผู้ทำให้คุณค่าเหล่านั้นเกิดขึ้นจริง?

นโยบายที่ดี เงินทุนที่มากขึ้น หรือเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนร่วมกัน ยังไม่พอที่จะรับประกันว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นกับผู้คนจริง เราต้องมีกลไกที่เปลี่ยนเป้าหมายให้เป็นการลงมือทำ ตั้งแต่ระดับองค์กร ธุรกิจ ไปจนถึงชุมชนและระบบเศรษฐกิจ

เราเชื่อว่า นี่คือโอกาสของประเทศไทยในการเชื่อมสอง Ecosystem ที่กำลังขับเคลื่อนไปพร้อมกัน


Social Value Ecosystem — ระบบที่ทำให้คุณค่าต่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม ถูกมองเห็น วัดผล และนำไปใช้ตัดสินใจ


Purpose-driven Business Ecosystem — ระบบที่ช่วยให้ธุรกิจ โดยเฉพาะ SME เปลี่ยนผ่านจากโมเดลเดิม ไปสู่การเติบโตที่มี Purpose และสร้างคุณค่าผ่านกิจการหลัก


สองกลไกนี้ไม่ควรทำงานแยกกัน แต่ควรเป็นพลังร่วมในการสร้างอนาคตเศรษฐกิจไทย


1. Social Value: จากการวัดผล สู่การใช้คุณค่าในการตัดสินใจ

ที่ผ่านมา การวัดและประเมินผลกระทบทางสังคมในไทยพัฒนาขึ้นต่อเนื่อง ทั้งในภาครัฐ มหาวิทยาลัย ภาคธุรกิจ และองค์กรพัฒนา

แต่โจทย์ต่อไปไม่ใช่การมีโครงการที่ได้รับการประเมินมากขึ้น หากคือการทำให้ผลการประเมินไม่จบแค่การติ๊ก Checkbox ในรายงาน แต่ถูกนำกลับมาใช้ตัดสินใจจริง

เราต้องขยับจากคำถามว่า "โครงการนี้สร้างผลตอบแทนทางสังคมได้เท่าไร" ไปสู่คำถามว่า

ผลลัพธ์ใดสำคัญต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย?

ใครได้ประโยชน์ และใครอาจได้รับผลกระทบเชิงลบ?

Intervention แบบใดสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีประสิทธิผลและคุ้มค่า?

เราควรปรับหรือจัดสรรทรัพยากรอย่างไร เพื่อสร้างคุณค่าให้มากขึ้น?

นี่คือการเปลี่ยนผ่านจาก Impact Measurement สู่ Impact Management

สำหรับสมาคมผู้ประเมินมูลค่าทางสังคมไทย (Social Value Thailand) และเครือข่ายผู้ประเมิน ผู้เชี่ยวชาญ สถาบันการศึกษา และองค์กรภาคี ดิฉันมองว่านี่คือโอกาสยกระดับบทบาทจากผู้ผลิตรายงาน ไปสู่การเป็น Strategic Impact Partner ที่ช่วยองค์กรออกแบบกระบวนการสร้างคุณค่า วิเคราะห์หลักฐานผลกระทบ และนำข้อมูลกลับไปพัฒนานโยบาย กลยุทธ์ และการดำเนินงาน

เป้าหมายของเราไม่ใช่แค่ทำให้ Social Value วัดได้ แต่ต้องทำให้องค์กรใช้ Social Value ตัดสินใจได้จริง

Embedding Social Value in Decision-Making for Every Enterprise.


2. Purpose-driven Business: เมื่อความยั่งยืนคือโอกาสใหม่ของการเติบโต

อีกกลไกสำคัญคือภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SME ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจไทย

ในโลกที่เทคโนโลยี ตลาด ห่วงโซ่อุปทาน และความคาดหวังของผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว ธุรกิจไม่อาจมองความยั่งยืนเป็นกิจกรรมเสริม หรือต้นทุนเพื่อให้ผ่านข้อกำหนดได้อีกต่อไป แต่ควรมองเป็นโอกาสในการออกแบบอนาคตของธุรกิจใหม่

จาก Traditional Business Model สู่ Purpose-driven & Impact-driven Business Model ซึ่งเริ่มจากคำถามที่รากฐานว่า

ธุรกิจของเราดำรงอยู่เพื่อสร้างคุณค่าอะไร และจะเติบโตไปพร้อมกับการทำให้ชีวิตผู้คนและระบบนิเวศที่เกี่ยวข้องดีขึ้นได้อย่างไร?

การเปลี่ยนผ่านนี้ไม่ใช่แค่ปรับกระบวนการผลิตหรือเพิ่มเทคโนโลยี แต่คือการทบทวนวิธีสร้างคุณค่าทั้งระบบ ตั้งแต่สินค้าและบริการ ห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาคน ไปจนถึงความสัมพันธ์กับลูกค้า คู่ค้า และชุมชน

ใช้ Purpose เป็นเข็มทิศ

ใช้ Technology เป็นตัวเร่ง

ใช้ความเข้าใจผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นฐานการออกแบบ

ใช้ Impact Evidence สะท้อนว่าโมเดลใหม่สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงเพียงใด

ในยุค AI คำถามไม่ควรหยุดที่ว่าเทคโนโลยีลดต้นทุนได้เท่าไร แต่ต้องถามด้วยว่า เทคโนโลยีช่วยเพิ่มศักยภาพคน สร้างโอกาสใหม่ และทำให้ธุรกิจสร้างคุณค่าได้มากขึ้นอย่างไร

สำหรับ SME การเปลี่ยนผ่านนี้ อาจหมายถึงตลาดใหม่ นวัตกรรม ความแตกต่างทางการแข่งขัน และความพร้อมในการเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่าน “แต่เราไม่ควรปล่อยให้ผู้ประกอบการเดินลำพัง”

ประเทศไทยต้องมีระบบสนับสนุนที่ช่วยให้ SME เริ่มจากจุดที่ตนอยู่ ค่อย ๆ พัฒนาขีดความสามารถ ทดลองโมเดลใหม่ และเข้าถึงความรู้ เทคโนโลยี เครือข่าย และแหล่งทุนได้อย่างเหมาะสม

Sustainability Transition ต้องไม่ใช่ภาระใหม่ของ SME แต่ต้องเป็นโอกาสใหม่ในการแข่งขัน และเราควรขยับจากธุรกิจที่เพียงลดผลกระทบเชิงลบ สู่ธุรกิจที่สร้าง Net Positive Impact ผ่านกิจการหลักของตนเอง


3. Finance × Business × Social Value: สามกลไกที่ต้องทำงานร่วมกัน

หากต้องการให้การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจไทยเกิดขึ้นจริง ดิฉันเสนอให้มองสามกลไกนี้เป็นระบบเดียวกัน

Finance — Mobilize Capital จัดสรรทรัพยากรและสร้างกลไกให้ธุรกิจและผู้ประกอบการเข้าถึงเงินทุนที่เหมาะกับบริบทและศักยภาพของตนเอง

Business — Create Value เปลี่ยนทรัพยากรและโอกาสให้เป็นนวัตกรรม งาน ผลิตภาพ และคุณค่าใหม่ ผ่านโมเดลธุรกิจที่ตอบโจทย์สังคม

Social Value — Evidence for Better Decisions ทำให้ผลลัพธ์ต่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม ถูกมองเห็น วิเคราะห์ และนำกลับมาปรับปรุงการตัดสินใจของทุกภาคส่วน

เมื่อสามกลไกเชื่อมต่อกัน จะเกิดวงจรการพัฒนาใหม่

Purpose → Innovation → Value Creation → Impact Evidence → Better Decisions → Sustainable Growth

ธุรกิจใช้ข้อมูลผลกระทบพัฒนาโมเดลของตนเอง ขณะที่ภาครัฐ สถาบันการเงิน มหาวิทยาลัย และหน่วยงานสนับสนุน ใช้หลักฐานเดียวกันออกแบบมาตรการที่ตอบโจทย์จริง จากโครงการแยกส่วน สู่ Collective Impact ที่มีเป้าหมายร่วมกัน

นี่คือความหมายของแนวคิดที่เราอยากเห็นเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม Turn Social Value into the New Currency.

ไม่ใช่เพียงการแทนที่มูลค่าทางการเงิน

แต่คือ

การทำให้คุณค่าต่อผู้คน สังคม และสิ่งแวดล้อม มีน้ำหนักมากขึ้นในการตัดสินใจทางเศรษฐกิจ


4. Thailand's Impact Transition: สามวาระสำหรับปี 2570

ในจังหวะที่ทุกองค์กรกำลังวางแผนปีใหม่ เราอยากชวนทุกภาคส่วนร่วมผลักดันสามวาระ

01 — Embed Social Value in Decision-Makingยกระดับการประเมินผลกระทบจากการรายงานผล สู่ระบบข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์สำหรับการวางแผน จัดสรรทรัพยากร และพัฒนาการดำเนินงาน

02 — Accelerate Purpose-driven SME Transitionพัฒนากลไกและเครื่องมือที่ช่วย SME ปรับโมเดลธุรกิจ โดยเชื่อม Purpose, Technology, Stakeholder Value และ Impact เข้าด้วยกัน เพื่อแข่งขันได้ควบคู่กับสร้างคุณค่าต่อสังคม

03 — Build an Impact Partnership Ecosystemเชื่อมผู้ประกอบการ ผู้ประเมิน สถาบันการศึกษา ภาครัฐ สถาบันการเงิน และผู้สนับสนุนทุน ให้ร่วมพัฒนาโครงการและกลไกการเปลี่ยนผ่านที่มีเป้าหมายร่วมกัน

ทั้งสามวาระไม่ควรเป็นอีก Checkbox ในแผนงานของแต่ละองค์กร แต่คือโอกาสทบทวนว่าเราจะเปลี่ยนวิธีทำงานร่วมกันอย่างไร เพื่อผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่าการทำงานแยกส่วน


5. จากเวทีโลกที่กรุงเทพฯ สู่ Collective Action ที่เชียงใหม่

เวที IMF–World Bank ที่กรุงเทพฯ อาจเป็นจุดเริ่มของบทสนทนาระดับโลก แต่การเปลี่ยนผ่านจะเกิดขึ้นจริงก็ต่อเมื่อเรานำบทสนทนานั้นกลับมาสู่การลงมือทำในระดับองค์กร ธุรกิจ และพื้นที่

ปีหน้า เราจะทำสิ่งเดิมให้มากขึ้น หรือจะกล้าเปลี่ยนวิธีทำงาน เพื่อสร้างคุณค่าได้มากขึ้น?

สำหรับเครือข่าย Social Value เราจะยกระดับการประเมินให้เป็นเครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลงได้อย่างไร?

สำหรับผู้ประกอบการ เราจะเปลี่ยน Purpose ให้เป็น Business Opportunity และการเติบโตที่มีความหมายได้อย่างไร?

สำหรับผู้กำหนดนโยบาย ผู้สนับสนุนทุน มหาวิทยาลัย และองค์กรภาคี เราจะออกแบบระบบสนับสนุนที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านเกิดขึ้นจริง โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังได้อย่างไร?

การเปลี่ยนผ่านที่ประเทศไทยต้องการ ไม่อาจเกิดจากผู้นำคนเดียว องค์กรเดียว หรือภาคส่วนเดียว แต่ต้องอาศัย Leadership at All Levels และพลังความร่วมมือที่เชื่อมกันทั้งระบบ

The world is redefining growth. It's time for us to redefine how we create value.โลกกำลังนิยามการเติบโตใหม่ ถึงเวลาที่เราต้องร่วมกันเปลี่ยนวิธีสร้างคุณค่า เพื่ออนาคตของเศรษฐกิจและสังคมไทย


📍 พบกันที่ Impact Together Forum 20262–4 พฤศจิกายน 2569 | จังหวัดเชียงใหม่

Purpose • Partnership • Movement ภายใต้แนวคิด "From Checkbox to Movement"


พร้อมการนำเสนอมาตรฐาน ISO/UNDP 53001 จากเครือข่าย SVI ตรงสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกไม่ใช่แค่มาฟังว่าใครกำลังทำอะไร แต่มาค้นหาว่าเราจะร่วมกันทำอะไรให้เกิดผลลัพธ์ที่ใหญ่กว่าเดิมได้บ้าง




 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page