โครงการการศึกษาประสิทธิผลของการดำเนินการตามโปรแกรมการฝึกทักษะชีวิตในการจัดการความโกรธตามวิถีพุทธในวัยเด็กตอนปลาย: โปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็น ๆ

พื้นที่ดำเนินการ : โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ 54 โรงเรียน และหน่วยงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาขั้นพื้นฐานในจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 6 หน่วยงาน
เด็กรุ่นใหม่ใจเย็น ๆ | จากการรู้เท่าทันความโกรธ สู่ทักษะชีวิตและความสัมพันธ์ในโรงเรียน
SOCIAL VALUE IMPACT LEARNING CASE • FACULTY OF NURSING, CHIANG MAI UNIVERSITY
เมื่อความโกรธเป็นอารมณ์ที่เด็กต้องเรียนรู้วิธีรับมือ โรงเรียนจึงมีบทบาทสำคัญในการสร้างทักษะที่ช่วยให้เด็กรู้เท่าทันตนเองและอยู่ร่วมกับผู้อื่น โครงการ “โปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็น ๆ” เชื่อมหลักสติและทางสายกลางเข้ากับกิจกรรมออนไลน์ โดยมีครูเป็นผู้สนับสนุนการเรียนรู้ เป็นกรณีศึกษาของการพัฒนางานวิจัยสู่เครื่องมือสำหรับโรงเรียน และการใช้ผลประเมินเพื่อทำความเข้าใจคุณค่าที่เกิดกับนักเรียน ครู และระบบการศึกษา
01 | THE ISSUE & WHY IT MATTERS
เมื่อการจัดการความโกรธเป็นทักษะที่ต้องฝึกตั้งแต่วัยเรียน
วัยเด็กตอนปลายเป็นช่วงสำคัญของการเรียนรู้ด้านอารมณ์และสังคม โครงการมุ่งพัฒนาทักษะการจัดการความโกรธ เพื่อให้เด็กมีแนวทางรับมือกับอารมณ์และความขัดแย้ง พร้อมสนับสนุนการป้องกันปัญหาการทะเลาะ การกลั่นแกล้ง และพฤติกรรมก้าวร้าวในโรงเรียน
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินโครงการ “การศึกษาประสิทธิผลของการดำเนินการตามโปรแกรมการฝึกทักษะชีวิตในการจัดการความโกรธตามวิถีพุทธในวัยเด็กตอนปลาย: โปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็น ๆ” ระหว่างวันที่ 10 มีนาคม 2566–9 พฤศจิกายน 2567 โดยได้รับทุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และกำหนดช่วงผลประโยชน์ต่อเนื่องวันที่ 10 พฤศจิกายน 2567–11 สิงหาคม 2572
ข้อจำกัดที่ต้องข้าม | การเปลี่ยนแปลงที่โครงการมุ่งสร้าง |
เด็กต้องการทักษะรู้เท่าทันและจัดการความโกรธ | มีโอกาสฝึกสติ การกำกับตนเอง และการตอบสนองต่ออารมณ์ |
ครูต้องการเครื่องมือสนับสนุนการพัฒนาผู้เรียน | มีสื่อกิจกรรมและคู่มือที่นำไปใช้ได้ |
โรงเรียนมีทรัพยากรและเวลาในการพัฒนาสื่อจำกัด | ใช้โปรแกรมพร้อมแนวทางดำเนินงานร่วมกัน |
การเปลี่ยนพฤติกรรมต้องอาศัยความต่อเนื่อง | เชื่อมกิจกรรมกับการสนับสนุนของครูและการติดตามผล |
02 | THE APPROACH & IMPACT MODEL
Prepare → Practise → Support → Sustain
สมมติฐานของโมเดลคือ หากเด็กได้ฝึกทักษะจัดการความโกรธผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย และได้รับการสนับสนุนจากครูอย่างต่อเนื่อง เด็กจะมีโอกาสนำทักษะไปใช้ในสถานการณ์จริงได้มากขึ้น โครงการจึงพัฒนาทั้งสื่อออนไลน์และกลไกครูสนับสนุน เพื่อเชื่อมการเรียนรู้กับบริบทของโรงเรียน
Intervention | Change mechanism: เหตุใดจึงสำคัญ |
Calm Down New Gen Program | จัดการเรียนรู้ผ่านโปรแกรมออนไลน์และสื่อจำนวน 10 กิจกรรม |
Mindfulness & Middle Way | ประยุกต์หลักสติและทางสายกลางในการฝึกรู้เท่าทันอารมณ์และจัดการความโกรธ |
Supporter Teacher | เตรียมครูให้สนับสนุนการทำกิจกรรม กำกับติดตาม และนำโปรแกรมไปใช้ในชั้นเรียน |
School & Education Network | ประสานโรงเรียนและหน่วยงานการศึกษาเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและการขยายผล |
Effectiveness & Process Evaluation | เก็บข้อมูลทั้งผลของโปรแกรมและกระบวนการนำไปใช้ เพื่อปรับปรุงการดำเนินงาน |
เส้นทางการเปลี่ยนแปลงที่โครงการมุ่งสร้างคือ ทุนวิจัยและความเชี่ยวชาญ → พัฒนาโปรแกรมและเตรียมครู → นักเรียนฝึกกิจกรรมโดยมีผู้สนับสนุน → เกิดทักษะจัดการอารมณ์และแนวทางดูแลผู้เรียน → คุณภาพชีวิตและความสัมพันธ์ในโรงเรียนที่ดีขึ้น
ขอบเขตของโครงการ
ตัวชี้วัดผลผลิต / ขีดความสามารถ | ข้อมูล |
งบประมาณสนับสนุนจาก วช. | 2,800,000 บาท |
สื่อกิจกรรมออนไลน์ | 10 กิจกรรม |
นักเรียนกลุ่มทดลอง | 1,011 คน |
นักเรียนกลุ่มควบคุม | 1,015 คน |
ครูสนับสนุน | 33 คน |
โรงเรียนเครือข่ายเข้าร่วมโครงการ | 54 โรงเรียน |
หน่วยงานการศึกษาในพื้นที่ | 6 หน่วยงาน/พื้นที่ |
สิทธิทางปัญญา/ลิขสิทธิ์ตามเอกสาร | 1 ผลงาน |
การบูรณาการในการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา | 3 กระบวนวิชา |
เอกสารระบุโรงเรียนเครือข่าย 54 แห่ง และระบุการดำเนินโปรแกรมครบตามแผนในโรงเรียน 20 แห่ง จึงควรแยกขอบเขตเครือข่ายออกจากขอบเขตการดำเนินกิจกรรมเมื่อสื่อสารผล ส่วนกลุ่มควบคุมเป็นกลุ่มเปรียบเทียบในการวิจัย ไม่ควรนับรวมเป็นผู้ได้รับประโยชน์จากโปรแกรมโดยตรงโดยอัตโนมัติ
03 | WHO CHANGED & WHAT MATTERS
คุณค่าของโปรแกรมเกิดจากทั้งทักษะของเด็กและความพร้อมของผู้สนับสนุน
การอ่านผลลัพธ์ต้องพิจารณาว่าเด็ก ครู และโรงเรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร รวมถึงองค์ประกอบใดที่ช่วยให้การฝึกทักษะดำเนินต่อไปได้หลังจบกิจกรรม
กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย | สิ่งที่เอกสารสะท้อน / ประเด็นสำคัญ |
นักเรียนที่เข้าร่วมโปรแกรม | การรู้เท่าทันความโกรธ การกำกับตนเอง การสื่อสารเชิงบวก และความสัมพันธ์กับเพื่อน |
ครูประจำชั้นและครูแนะแนว | มีองค์ความรู้ สื่อ และแนวทางสนับสนุนการจัดการอารมณ์ของนักเรียน |
โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ | มีโปรแกรมและกระบวนการสำหรับดูแลผู้เรียนและจัดการปัญหาความขัดแย้ง |
คณะพยาบาลศาสตร์และทีมวิจัย | เกิดนวัตกรรมเชิงกระบวนการ องค์ความรู้ และการนำผลวิจัยไปใช้ในการเรียนการสอน |
หน่วยงานการศึกษาในพื้นที่ | มีต้นแบบกระบวนการที่สามารถเชื่อมกับงานพัฒนาผู้เรียน |
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ | สนับสนุนการสร้างองค์ความรู้และการนำงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ |
นักเรียนกลุ่มทดลอง 1,011 คน แบ่งตามระดับความเสี่ยงที่เอกสารระบุเป็นกลุ่มเสี่ยงต่ำ 783 คน ปานกลาง 152 คน และสูง 76 คน ความแตกต่างนี้เป็นประเด็นสำคัญสำหรับการติดตามว่าโปรแกรมตอบสนองต่อความต้องการของเด็กแต่ละกลุ่มได้เพียงใด
ระบบความร่วมมือประกอบด้วยทีมวิจัย ครู โรงเรียน หน่วยงานการศึกษา และหน่วยงานร่วมปฏิบัติ เช่น สถาบันพัฒนาการเด็กราชนครินทร์และโรงเรียนวัดสวนดอก โดยครูเป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างสื่อการเรียนรู้กับการนำทักษะไปใช้ในชีวิตประจำวัน
04 | IMPACT EVIDENCE & RESULTS
มูลค่าที่ประเมินได้ให้น้ำหนักกับนวัตกรรมและผลประโยชน์ต่อเนื่อง
ผลประเมินกรณีฐานในเอกสารระบุ มูลค่าผลลัพธ์รวม 6,562,760.75 บาท หรือประมาณ 6.56 ล้านบาท จากงบประมาณ 2.80 ล้านบาท และอัตราผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน SROI 2.34 เท่า หมายถึงเงินลงทุนทุก 1 บาทสัมพันธ์กับมูลค่าผลลัพธ์ที่ประเมินได้ประมาณ 2.34 บาท ตามสมมติฐานการประเมิน
ช่วงเวลาประเมิน | สัดส่วนมูลค่าผลลัพธ์ | สถานะตามกรอบประเมิน |
Y0: ช่วงดำเนินโครงการ | 26.51% | ผลลัพธ์ในช่วงดำเนินงาน |
Y1: ช่วงผลประโยชน์ต่อเนื่อง | 73.49% | ผลประโยชน์ต่อเนื่องตามสมมติฐาน |
รวมกรณีฐาน | 100.00% | 6.56 ล้านบาท / SROI 2.34 เท่า |
สัดส่วนมูลค่าส่วนใหญ่อยู่ในช่วง Y1 จึงต้องติดตามความต่อเนื่องของการใช้โปรแกรมและผลลัพธ์ เพื่อทวนสอบว่าประโยชน์เกิดขึ้นตามสมมติฐานเพียงใด
Impact Dimension Ranking
มิติผลลัพธ์ | สัดส่วนมูลค่าที่ประเมินได้ |
นวัตกรรม | 66.14% |
คุณภาพชีวิต | 14.63% |
เศรษฐกิจ | 12.92% |
สังคม | 6.32% |
ผลรวมร้อยละต่างจาก 100 เล็กน้อยจากการปัดเศษ
ผลประเมินให้น้ำหนักกับมิตินวัตกรรมเป็นหลัก สอดคล้องกับการมีแพลตฟอร์ม สื่อ และคู่มือพร้อมใช้ ซึ่งเอกสารระบุว่าช่วยลดเวลาและทรัพยากรในการพัฒนาโปรแกรมใหม่ ขณะที่ผลเชิงคุณภาพสะท้อนการรู้เท่าทันอารมณ์ การกำกับตนเอง และการลดปัญหาความขัดแย้งในโรงเรียน
อย่างไรก็ตาม เอกสารแนบไม่ได้แสดงขนาดการเปลี่ยนแปลงของคะแนนหรือผลเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม และระบุว่าการประเมินทางสังคมยังขาดการสัมภาษณ์เด็กและผู้ปกครองโดยตรง จึงควรอ่านผลลัพธ์ร่วมกับข้อจำกัดด้านหลักฐานนี้
05 | STORIES BEHIND THE IMPACT
จากบทเรียนออนไลน์ สู่การฝึกใช้ทักษะในห้องเรียน
เรื่องราวของโครงการอยู่ที่ความเชื่อมโยงระหว่างการเรียนรู้ของเด็กกับการสนับสนุนของครู การมีสื่อพร้อมใช้ช่วยสร้างจุดเริ่มต้น ส่วนการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายต้องมองต่อว่าเด็กนำทักษะไปใช้กับสถานการณ์จริงอย่างไร
Story lens | สิ่งที่เส้นทางการเปลี่ยนแปลงควรทำให้เห็น |
Before | เด็กเผชิญอารมณ์โกรธหรือความขัดแย้ง และครูต้องการเครื่องมือช่วยดูแลผู้เรียน |
Intervention | ฝึกผ่านกิจกรรมออนไลน์ 10 กิจกรรม โดยมีครูสนับสนุนและติดตาม |
Change | เอกสารสะท้อนการรู้เท่าทันอารมณ์ การกำกับตนเอง และความสัมพันธ์ในชั้นเรียนที่ดีขึ้น |
Meaning | เด็กมีแนวทางรับมือกับอารมณ์ ขณะที่ครูมีเครื่องมือสนับสนุนการเรียนรู้ด้านอารมณ์และสังคม |
Next | รับฟังเด็กและผู้ปกครองโดยตรง พร้อมติดตามการใช้ทักษะในโรงเรียนและที่บ้าน |
สำหรับเด็ก คุณค่าอยู่ที่ความสามารถในการเข้าใจและจัดการอารมณ์ของตนเอง สำหรับครู คุณค่าอยู่ที่แนวทางช่วยเหลือนักเรียนอย่างเป็นระบบ ส่วนโรงเรียนได้รับต้นแบบการดำเนินงานที่สามารถพิจารณาบูรณาการกับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเดิม
เรื่องเล่าในระยะต่อไปควรมีเสียงของเด็กและผู้ปกครอง เพื่อขยายความจากข้อมูลของผู้ดำเนินงานไปสู่ประสบการณ์ของผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง
06 | IMPACT INSIGHTS & WAY FORWARD
จากการวัดผลโปรแกรม สู่การสนับสนุนทักษะชีวิตอย่างต่อเนื่อง
บทเรียนสำคัญคือ สื่อดิจิทัลและคู่มือช่วยให้โรงเรียนมีเครื่องมือเริ่มต้น แต่การนำไปใช้ต้องอาศัยครูที่พร้อมสนับสนุน เวลาในการฝึก และการติดตามพฤติกรรม การขยายผลจึงควรพัฒนาทั้งระบบการเรียนรู้และหลักฐานผลลัพธ์ควบคู่กัน
Impact Learning Takeaways
Learning lens | บทเรียนสำหรับโปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็น ๆ |
WHAT WORKS | เชื่อมสื่อออนไลน์ หลักสติ และกลไกครูสนับสนุนเป็นกระบวนการเรียนรู้ |
WHAT MATTERS | การนำทักษะไปใช้จริงของเด็ก ความสัมพันธ์ในห้องเรียน และความพร้อมของครู |
WHAT NEEDS TO CHANGE | เพิ่มเสียงของเด็กและผู้ปกครอง ข้อมูลก่อน–หลัง และการติดตามผลระยะยาว |
WHAT CAN SCALE | ถ่ายทอดชุดกระบวนการตั้งแต่เตรียมครู ใช้กิจกรรม ไปจนถึงติดตามผล โดยปรับตามบริบทโรงเรียน |
แนวทางต่อยอดคือการเชื่อมโปรแกรมกับงานส่งเสริมคุณธรรม วินัย และการดูแลผู้เรียนที่โรงเรียนดำเนินการอยู่แล้ว เพื่อลดความซ้ำซ้อน พร้อมติดตามผลแยกตามระดับความเสี่ยงและความครบถ้วนในการเข้าร่วมกิจกรรม
โอกาสสร้าง Impact Partnership ได้แก่ ความร่วมมือกับหน่วยงานการศึกษาเพื่อสนับสนุนการใช้โปรแกรม หน่วยงานพัฒนาเด็กและสุขภาพจิตเพื่อเชื่อมระบบดูแลและส่งต่อ และแหล่งทุนเพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มและประเมินผลเชิงลึก
การขยายผลที่มีความหมายจึงต้องพิจารณาทั้งจำนวนโรงเรียนที่เข้าถึง คุณภาพการนำไปใช้ และความเปลี่ยนแปลงที่เด็กได้รับ เพื่อให้โปรแกรมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทักษะชีวิตอย่างต่อเนื่อง
FROM UNDERSTANDING ANGER TO BUILDING LIFE SKILLS.FROM MEASURING IMPACT TO SUPPORTING LASTING CHANGE.
หมายเหตุ: สรุปจากเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับโปรแกรมโดยตรง โดยไม่นำข้อความเรื่องสารเคมีในห้องกายวิภาคศาสตร์ซึ่งปรากฏคลาดเคลื่อนในช่อง “ปัญหา/โอกาส” ของต้นฉบับมาใช้; จำนวนโรงเรียนเครือข่ายและโรงเรียนที่ดำเนินโปรแกรมครบมีขอบเขตต่างกัน; ผลประโยชน์ Y1 ต้องอ่านตามสมมติฐานการประเมิน
แหล่งข้อมูล: เอกสารสรุปโครงการ “การศึกษาประสิทธิผลของการดำเนินการตามโปรแกรมการฝึกทักษะชีวิตในการจัดการความโกรธตามวิถีพุทธในวัยเด็กตอนปลาย: โปรแกรมเด็กรุ่นใหม่ใจเย็น ๆ” ที่แนบมา




ความคิดเห็น