top of page

โครงการสืบสานงานช่างศิลป์ ถิ่นเชียงใหม่

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ยาว 2 นาที

.

พื้นที่ดำเนินการ : โรงเรียน 4 แห่ง และชุมชน 4 แห่งในจังหวัดเชียงใหม่ 


สืบสานงานช่างศิลป์ ถิ่นเชียงใหม่ | จากภูมิปัญญาชุมชน สู่ห้องเรียนที่สร้างทักษะและคุณค่าในตนเอง


SOCIAL VALUE IMPACT LEARNING CASE • FACULTY OF FINE ARTS, CHIANG MAI UNIVERSITY

เมื่อการสืบทอดงานช่างศิลป์ต้องสร้างพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และลงมือทำ โรงเรียนจึงเป็นจุดเชื่อมสำคัญระหว่างภูมิปัญญาชุมชนกับการพัฒนาผู้เรียน โครงการ “สืบสานงานช่างศิลป์ ถิ่นเชียงใหม่” นำครูช่าง สล่าศิลป์ ครูในโรงเรียน และมหาวิทยาลัยมาร่วมออกแบบการเรียนรู้ เพื่อให้เยาวชนได้พัฒนาทักษะ เห็นคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่น และค้นพบความสามารถของตนเองผ่านงานสร้างสรรค์



01 | THE ISSUE & WHY IT MATTERS

เมื่อภูมิปัญญาท้องถิ่นต้องมีพื้นที่ส่งต่อสู่คนรุ่นใหม่

เอกสารโครงการระบุว่า งานช่างศิลป์และภูมิปัญญาพุทธศิลป์ล้านนาเผชิญความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และวิถีชีวิต การสืบทอดจึงต้องเชื่อมความรู้ของชุมชนเข้ากับโอกาสเรียนรู้ของเยาวชน พร้อมทำให้ผู้เรียนเห็นความหมายของงานช่างศิลป์ในบริบทปัจจุบัน

คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1 เมษายน 2566–31 มีนาคม 2567 ร่วมกับ 4 โรงเรียนและ 4 ชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จำนวน 1,400,000 บาท

ข้อจำกัดที่ต้องข้าม

การเปลี่ยนแปลงที่โครงการมุ่งสร้าง

ภูมิปัญญางานช่างศิลป์เสี่ยงขาดผู้สืบทอด

เปิดพื้นที่ให้ครูช่างถ่ายทอดความรู้แก่เยาวชน

ห้องเรียนต้องการเชื่อมกับทุนวัฒนธรรมในพื้นที่

พัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเรียนรู้ฐานชุมชน

ผู้เรียนต้องการโอกาสค้นพบและฝึกความสามารถ

เรียนรู้ผ่านการลงมือสร้างผลงาน

การถ่ายทอดต้องดำเนินต่อได้หลังจบโครงการ

พัฒนาครู หลักสูตร และเครือข่ายโรงเรียน–ชุมชน



02 | THE APPROACH & IMPACT MODEL

Connect → Co-design → Practise → Continue

สมมติฐานของโมเดลคือ หากโรงเรียนและชุมชนร่วมออกแบบการเรียนรู้จากทุนวัฒนธรรมในพื้นที่ นักเรียนจะมีโอกาสพัฒนาทักษะและความภาคภูมิใจ ขณะที่ครูและครูช่างสามารถร่วมกันสร้างกระบวนการถ่ายทอดความรู้ที่นำไปใช้ต่อได้

โครงการใช้รูปแบบการเรียนรู้เชิงสหวิทยาการ “สล่าน้อยล้านนา” ผ่านโมเดล “จินตหัตถปัญญา” โดยเชื่อมงานช่างศิลป์กับการเรียนรู้และการฝึกปฏิบัติในโรงเรียน

Intervention

Change mechanism: เหตุใดจึงสำคัญ

Community-based Learning

ใช้ชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่นเป็นฐานของการเรียนรู้

Co-designed Curriculum

ให้ครู นักวิจัย และครูช่างร่วมพัฒนาหลักสูตรและแผนกิจกรรม

Hands-on Craft Learning

เปิดโอกาสให้นักเรียนฝึกทักษะและสร้างผลงานจริง

Craft Mentorship

เชื่อมครูช่าง สล่าศิลป์ และปราชญ์ชุมชนกับผู้เรียน

Exhibition & Knowledge Sharing

เผยแพร่ผลงานและแลกเปลี่ยนบทเรียนกับผู้เกี่ยวข้อง

เส้นทางการเปลี่ยนแปลงที่โครงการมุ่งสร้างคือ ทุนและองค์ความรู้ชุมชน → ร่วมออกแบบหลักสูตรและฝึกปฏิบัติ → เกิดทักษะ ผลงาน และแนวทางการสอน → ผู้เรียนเห็นคุณค่าในตนเองและครูนำความรู้ไปใช้ → เพิ่มโอกาสสืบทอดภูมิปัญญาผ่านระบบการศึกษา

ขอบเขตของโครงการ

ตัวชี้วัดผลผลิต / ผู้เกี่ยวข้อง

ข้อมูล

นักเรียนเข้าร่วม

460 คน

ครูเข้าร่วม

17 คน

ครูช่าง / สล่าศิลป์

8 คน

โรงเรียน

4 แห่ง

ชุมชน

4 ชุมชน

นิทรรศการเผยแพร่ผลงาน

2 ครั้ง

ผู้เข้าร่วมและเข้าชมนิทรรศการ

ประมาณ 400 คน ตามเอกสาร

ยอดผู้เข้าร่วมและเข้าชมนิทรรศการเป็นข้อมูลการเผยแพร่ ไม่ควรนำมารวมกับนักเรียนเพื่อสรุปจำนวนผู้ได้รับประโยชน์ไม่ซ้ำโดยยังไม่ตรวจสอบรายชื่อ



03 | WHO CHANGED & WHAT MATTERS

คุณค่าของงานช่างศิลป์เชื่อมทั้งผู้เรียน ผู้สอน และเจ้าของภูมิปัญญา

สำหรับนักเรียน การเปลี่ยนแปลงครอบคลุมทักษะ ความมั่นใจ และโอกาสใช้ความสามารถ สำหรับครูและโรงเรียน คุณค่าอยู่ที่การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้ ส่วนครูช่างมีบทบาทสำคัญในการจัดระบบและส่งต่อความรู้ของชุมชน

กลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

สิ่งที่เอกสารสะท้อน / ประเด็นสำคัญ

นักเรียน

ทักษะศิลปะ สมรรถนะ ความมั่นใจ และความภาคภูมิใจ โดยบางส่วนนำทักษะไปสร้างรายได้

ครูในโรงเรียน

ความสามารถออกแบบหลักสูตรฐานชุมชนและพัฒนานวัตกรรมการสอน

โรงเรียน

มีหลักสูตรและกิจกรรมบูรณาการ พร้อมโอกาสลดค่าใช้จ่ายบางรายการ

ครูช่าง สล่าศิลป์ และชุมชน

ร่วมจัดระบบองค์ความรู้และถ่ายทอดงานช่างศิลป์สู่เยาวชน

มหาวิทยาลัยและทีมดำเนินงาน

เชื่อมวิชาการกับภูมิปัญญาท้องถิ่น และนำบทเรียนไปปรับใช้ในการเรียนการสอน

สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ

สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้และการใช้ประโยชน์จากทุนวัฒนธรรม

กลไกความร่วมมือประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเป็นผู้เชื่อม ครูร่วมออกแบบและนำไปใช้ ครูช่างเป็นผู้ถ่ายทอด และนักเรียนเป็นผู้ลงมือเรียนรู้ ความต่อเนื่องจึงต้องอาศัยทั้งคน หลักสูตร และพื้นที่ฝึกปฏิบัติร่วมกัน



04 | IMPACT EVIDENCE & RESULTS

ผลประเมินให้น้ำหนักกับนวัตกรรมการเรียนรู้เป็นหลัก

เอกสารสรุปผลประเมินระบุ มูลค่าผลลัพธ์รวม 2,094,002.90 บาท หรือประมาณ 2.09 ล้านบาท จากงบประมาณ 1.40 ล้านบาท และอัตราผลตอบแทนทางสังคมจากการลงทุน SROI 1.50 เท่า

กล่าวคือ เงินลงทุนทุก 1 บาทสัมพันธ์กับมูลค่าผลลัพธ์ที่ประเมินได้ประมาณ 1.50 บาท ตามขอบเขตและสมมติฐานการประเมิน

ตัวชี้วัด

ผลที่เอกสารรายงาน

มูลค่าผลลัพธ์รวม

2.09 ล้านบาท

SROI กรณีฐาน

1.50 เท่า

นักเรียนที่มีทักษะศิลปะและสมรรถนะเพิ่มขึ้น

230 คน หรือ 50% ของผู้เข้าร่วม

นักเรียนนำทักษะไปสร้างรายได้

11 คน

การสร้างรายได้แยกตามทักษะ

งานบุหนังโลหะ 5 คน และจักสาน 6 คน

โรงเรียนลดค่าใช้จ่ายซื้อของชำร่วยและงานศิลปะภายนอก

3 แห่ง

ครูที่ออกแบบหลักสูตรฐานชุมชนได้

14 คน

ครูที่เกิดการพัฒนานวัตกรรมการสอน

17 คน

การนำองค์ความรู้ไปปรับใช้ระดับอุดมศึกษา

3 รายวิชา

กลุ่มครู 14 คนและ 17 คนอาจเป็นบุคคลกลุ่มเดียวกันที่เกิดผลลัพธ์ต่างด้าน จึงไม่ควรรวมเป็นยอดครูเพิ่มเติม เช่นเดียวกับนักเรียน 11 คนที่เป็นส่วนหนึ่งของผู้เข้าร่วมโครงการ

Impact Dimension Ranking

มิติผลลัพธ์

สัดส่วนมูลค่าที่ประเมินได้

นวัตกรรม

83.26%

เศรษฐกิจ

9.73%

คุณภาพชีวิต

4.04%

สังคม

2.97%

รวม

100.00%

สัดส่วนมูลค่าที่ประเมินได้สะท้อนน้ำหนักของนวัตกรรมการศึกษาและการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ ขณะที่รายได้ของนักเรียนและค่าใช้จ่ายโรงเรียนที่ลดลงเป็นประโยชน์อีกส่วนหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ไฟล์แนบยังไม่ได้แสดงเกณฑ์วัดทักษะ รายได้ที่นักเรียนได้รับ หรือมูลค่าค่าใช้จ่ายที่แต่ละโรงเรียนประหยัดได้ จึงควรใช้หลักฐานเหล่านี้ประกอบการทวนสอบผลประเมิน และไม่ตีความว่าการเข้าร่วมกิจกรรมยืนยันการสืบทอดภูมิปัญญาระยะยาวแล้ว



05 | STORIES BEHIND THE IMPACT

จากความรู้ของครูช่าง สู่ผลงานและความมั่นใจของผู้เรียน

เรื่องราวสำคัญคือการเชื่อมคนต่างรุ่นผ่านการลงมือทำ นักเรียนได้เรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์ ขณะที่ครูร่วมแปลงภูมิปัญญาเป็นกิจกรรมที่เหมาะกับการเรียนในโรงเรียน

Story lens

สิ่งที่เส้นทางการเปลี่ยนแปลงสะท้อน

Before

ภูมิปัญญาต้องการพื้นที่ถ่ายทอด และโรงเรียนต้องการเชื่อมการเรียนรู้กับชุมชน

Intervention

ครู นักวิจัย และครูช่างร่วมออกแบบกิจกรรมและฝึกงานช่างศิลป์

Change

นักเรียนพัฒนาทักษะ บางส่วนนำไปสร้างรายได้ และครูเกิดแนวทางการสอน

Meaning

ผู้เรียนเห็นความสามารถของตนเองและความเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่น

Next

ติดตามการใช้ทักษะ การเรียนต่อ การสร้างผลงาน และความต่อเนื่องของหลักสูตร

นักเรียน 11 คนที่นำทักษะงานบุหนังโลหะและจักสานไปสร้างรายได้ เป็นตัวอย่างของการต่อยอดจากห้องเรียน ส่วนโรงเรียน 3 แห่งที่ลดการจัดซื้อของชำร่วยและงานศิลปะสะท้อนการใช้ประโยชน์จากงานสร้างสรรค์ภายในสถานศึกษา

เรื่องราวรายบุคคลควรเพิ่มเติมทั้งประสบการณ์ของนักเรียน ครู และครูช่าง พร้อมหลักฐานผลงานและการนำไปใช้ เพื่ออธิบายว่าการเรียนรู้ส่วนใดสร้างความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่อพวกเขา



06 | IMPACT INSIGHTS & WAY FORWARD

จากกิจกรรมสืบสาน สู่หลักสูตรที่โรงเรียนและชุมชนร่วมดูแล

บทเรียนสำคัญคือ การนำทุนวัฒนธรรมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ช่วยเชื่อมการพัฒนาผู้เรียนกับการถ่ายทอดภูมิปัญญา ความต่อเนื่องต้องอาศัยการจัดระบบหลักสูตร ความพร้อมของครู และความสัมพันธ์กับครูช่างในพื้นที่

Impact Learning Takeaways

Learning lens

บทเรียนสำหรับสืบสานงานช่างศิลป์ ถิ่นเชียงใหม่

WHAT WORKS

ร่วมออกแบบการเรียนรู้ระหว่างมหาวิทยาลัย โรงเรียน และเจ้าของภูมิปัญญา

WHAT MATTERS

ทักษะและคุณค่าในตนเองของผู้เรียน ความสามารถของครู และการส่งต่อความรู้

WHAT NEEDS TO CHANGE

เพิ่มการติดตามระยะยาว จัดทำคู่มือ และเตรียมรับการเปลี่ยนบุคลากร

WHAT CAN SCALE

ถ่ายทอดหลักการเรียนรู้ฐานชุมชน โดยปรับเนื้อหาให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมและทรัพยากรของแต่ละโรงเรียน

แนวทางต่อยอดที่เอกสารเสนอ ได้แก่ การพัฒนาคู่มือและแนวปฏิบัติ การเชื่อมผลงานกับนิทรรศการและตลาดสร้างสรรค์ และการใช้โรงเรียนที่พร้อมเป็นพื้นที่ต้นแบบสำหรับแลกเปลี่ยนเรียนรู้ โดยคำนึงถึงความแตกต่างด้านขนาด บุคลากร และทรัพยากรของสถานศึกษา

โอกาสสร้าง Impact Partnership ได้แก่ ความร่วมมือกับหน่วยงานการศึกษาและท้องถิ่นเพื่อสนับสนุนหลักสูตร เครือข่ายครูช่างเพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ และหน่วยงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์กับผู้ประกอบการเพื่อพัฒนาผลงานและช่องทางเผยแพร่

การขยายผลควรติดตามทั้งการใช้หลักสูตร ทักษะที่นักเรียนนำไปใช้ และความต่อเนื่องของเครือข่าย เพื่อให้การเรียนรู้งานช่างศิลป์สร้างคุณค่าต่อผู้เรียนและชุมชนได้จริง


FROM LOCAL WISDOM TO MEANINGFUL LEARNING.FROM CRAFT SKILLS TO CONFIDENCE, CULTURAL CONTINUITY AND SHARED VALUE.


หมายเหตุ: ใช้มูลค่าผลลัพธ์ 2,094,002.90 บาทที่ระบุสอดคล้องกันในส่วนภาพรวมและผลประเมิน โดยไม่นำยอด 23,588,102.18 บาทที่ปะปนในหัวข้อสัดส่วนมูลค่ามาใช้; ต้นฉบับไม่ได้ระบุกรอบเวลาผลประโยชน์ต่อเนื่องอย่างชัดเจน; การมีรายได้ของนักเรียนบางส่วนยังไม่ยืนยันความต่อเนื่องทางอาชีพ

แหล่งข้อมูล: เอกสารสรุปโครงการ “สืบสานงานช่างศิลป์ ถิ่นเชียงใหม่” คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่แนบมา



ความคิดเห็น


bottom of page